1450 ธงกลยุทธ์การซื้อขาย Forex

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Contents

เส้นทางการเล่นหุ้นของ คุณ SiaE :0) –> STS, The Blog :0)

กับทฤษฎีการเล่นหุ้น สไตล์คุณ SiaE ที่มีชื่อว่า Social Trends Stocks (STS) Email: [email protected]
เราขอรับอาสาเพื่อ. เป็นจุดเริ่มทุกการลงทุนบนอินเตอร์เน็ต และเป็นสูตรสำเร็จสำหรับคนรักการลงทุน. โดย คุณ SiaE:0)
ตั้งแต่ ต.ค.2557(Since 2020)

Thursday, October 30, 2020

บทความตอนที่ 28: อีโตโร่ (ETORO) นวัตกรรมที่นักลงทุนมืออาชีพให้การยอมรับ

ด้านบนของบทความ คือความตื่นเต้นที่อยากจะแบ่งปัน สิ่งดีๆ ให้กับแฟนๆ คอลัมน์ครับ นั่นคือ นวัตกรรมทางการเงินที่แรงและน่าเชื่อถือมากทึสุดชิ้นหนึ่งของโลก ETORO ใครที่ชอบลุยๆ ก็คลิกสมัครที่ด้านบนได้เลยครับ คนที่อยากทราบรายละเอียดก็อ่านตามกระผมมา

แนวคิดของบล็อกแห่งนี้ จะเขียนเล่าเนื้อหาการลงทุนโดยทีพื้นฐานอยู่บน ทฤษฎี SiaE’s STS หรือ Social Trends and Stocks ที่กระผมคิดขึ้น โดยเชื่อว่า การจะลงทุนได้ประสบความสำเร็จนั้น ควรจะมี สังคม แนวโน้มที่เราทัน และ หุ้นที่เรารู้จักมันดี 3 อย่างประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้การลงทุนของเราเติบโตไปเรื่อยๆ

แน่ล่ะเมื่อพิจารณาในตัวตลาดหุ้น ปัจจุบันไม่ได้มีแต่ หุ้นนะครับที่ลงทุนได้ อนุพันธ์ ฟิวเจอร์ น้ำมัน ทองคำ และค่าเงินก็มีให้ลงทุนกันแล้ว STS ก็สามารถอธิบายการลงทุนได้ทั้งหมด เพราะสุดท้ายมันก็อยู่บนพิ้นฐานเดียวกันคือ

การลงทุน ที่เข้าถูกจังหวะ และ ออกมาในราคาที่เหมาะสม

ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ หากอธิบายตามกระแสโลกก็ ไม่ปัจจัยพื่้นฐาน ก็ เทคนิค เท่านี้เองครับ

ผมมีโอกาสได้เข้าชมในเว็บ Youtube ครับ โดยเข้าไปดูว่า Workstation หรือ โต๊ะทำงานของนักลงทุนที่ เรามีอิสรภาพของการเงินแล้วนั้น คือพวกที่ทำอาชีพลงทุนออนไลน์นี่ล่ะ เขามีโต๊ะทำงานน่าเร้าใจกันขนาดไหน

สิ่งที่ผมพบมันน่าสนใจมาก แต่ละคนมีจอภาพกันส่วนมาก 6 จอ ครับซ้อนกัน 2 ชั้น มีกราฟ มีข้อมูลต่างๆกันไปในแต่ละจอ และนี่คือสิ่งที่ผมเห็นในฝันผมมานานแล้ว ผมชอบที่จะดูคลิปแบบนี้ ในคลิปจะมีเรื่องราว (แน่นอนไม่ใช่เรื่องโต๊ะทำงานเท่านั้น ฮ่ะๆๆ) เกี่ยวกับความท้าทาย และรายได้ ว่า เขาลงทุนอะไรอย่างไร และทำกำไร ขาดทุนอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นเรื่องสากลไปแล้วคือ มีการพูดเรื่อง Stop Loss กันมาก คือ หยุดขาดทุน ต้องมีการตั้งไว้แต่แรก จะกี่% ก็ว่าไป ดังนั้นจะไม่มีนักลงทุนที่เงินหายหมดแน่นอน และอีกคำ วินัย เขาพูดกันมาก เรื่องนี้ต้องหัดครับ เวลาขายหุ้นแล้วราคามันขึ้นไปอีก 10 เท่า คุณคยไหม ไม่เคยลองเสียนะครับจะได้ทำใจได้ นานไปจะมีวินัยมาเองครับ

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

แล้วผมก็พบ ETORO ได้ออกทีวีช่องใหญ่ของอังกฤษเสียด้วย ผมก็ไปสมัครและพบว่า มีระบบต่างๆ มากมาย เช่น

1.ระบบเดินตามคนสำเร็จ คือ เราสามารถติดตามเพื่อนในสังคม แบบเดียวกันกับ เฟสบุ้ค จากการกดติดตาม หรือ ถูกใจ นั่นเอง แต่เขามีปุ่มเพิ่มมาอีกปุ่มคือ Copy นั่นคือเราขอติดตามการลงทุนนายคนนี้

2.เมื่อคนที่เรา ขอติดตามการลงทุนแบบ Copy ระบบจะนำเงินของเราไปลงทุนตามคนที่เรา Copyทุกประการ ง่ายๆ เท่านี้เอง

3. คนที่เราไปติดตาม คือนักลงทุนตัวจริงนะครับ กับนักลงทุนที่มีกลยุทธ์ ตัวจริงคือคนที่เขาเข้ามาแล้วใช้ ETORO เป็นเครื่องมือการลงทุน หุ้น น้ำมัน ทองคำ แรเงิน FOREX และอื่นๆ โดยเขารู้แนวคิดของเว็บนี้ว่า เป็นเครือข่ายแบ่งปันความรูและโอกาส ใครจะตามเขาก็มาเลย เขาก็ลงทุนของเขาไป คือ เรียกว่า มีน้ำใจมากๆ เขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยครับ

4. คนไทยและเทศหลายคน ติตดามด้วยแนวทางลงทุนแบบกลยุทธ์คือ Copy ความสำเร็จได้เงินกำไรเป็นแสนมีมาแล้วนะครับ หลายคนได้มากกว่านั้น

5. แต่สิ่งที่น่าสนไปกว่านั้นคือ ETORO มีระบบห้องเรียนที่ดีมาก อธิบายการลงทุนทุกประเภท สอนเรื่องการอ่านกราฟ และการลงุทนต่างๆ ครบถ้วน ที่สำคัญฟรีครับ

6. มีระบบเทรดแบบจำลอง คือ ใช้ข้อมูลจริงแบบ Realtime แต่เราจะได้เงินปลอมมา 10000$ ให้หัดเทรดครับ นานเท่าที่คุณอยากฝึก ฟรีๆ ทีอื่น ขั้นตอนการสมัครยุ่งยาก และมีค่าโน่นค่านี่ ETORO ฟรีหมดครับ เพียงข้อ 5 และ 6 กับการสมัครก็สุดคุ้มแล้วครับ ไปเรียนกับโบรกเกอร์ เขามีเวลาให้เราหรือ

7. สมัครวันนี้ยังได้รับเงินขวัญถุง 50$ อีกด้วย ต้องเป็นการสมัครผ่านการแนะนำหรือเชิญ (Invite)
สมัครเองไม่ได้นะครับ เพราะลองมาแล้วครับ สมัครกับผมได้เลย

8. สมัครกับผม ผมจะได้รับ 100$ คนที่ผมแนะนำจะได้รับ 50$ เพราะผ่านการแนะนำ มาดูกันครับว่าจริงหรือไม่ พอผ่านไปแล้ว คุณก็ไม่แนะนำ เพือนฝูง คนรู้จักได้ตามสบายครับ เหมือนที่ผมทำ ผมบอกไว้ที่อื่นเขาไม่บอกครับ ผมก็งงว่า เราลงทุนกันเงินมากกว่านี้เยอะแยะ จะอุบไว้ทำไม จริงไหม

9..เปิดทำการมากว่า 8 ปี สื่อมวลชนระดับโลกติดตามทำข่าว นวัตกรรมทางการลงทุน ETORO มาโดยตลอด มีระบบการทดลองลงทุน ให้ใช้ฟรี โดยใช้ข้อมูลจริงๆ ไม่ต้องเสียเงิน มีระบบพี่เลี้ยงการลงทุนแห่งเดียวในโลก

มีระบบผู้พิทักษ์คอยเตือนในการลงทุนจริง ที่เดียวในโลก สามารถลงทุนใน น้ำมัน ทอง หุ้นสหรัฐ ดัขนีทั่วโลก และ FOREX มีคลาสเรียนฟรี เปิดโลกทัศน์ทันทีเพราะ สอนรู้เรื่องมากๆ กระชับอีกด้วย เป็นจุดเริ่มทุกการลงทุนบนอินเตอร์เน็ต และเป็นสูตรสำเร็จสำหรับคนรักการลงทุน อื่นๆ อีกมากมายครับ ทำให้สื่อต่างๆ ทั่วโลกและนักลงทุนทั่วโลก ยอมรับ

แนวคิดของผมในการเข้าไปสมัครลงทุนกับ ETORO ก็คือจะได้เผยแผ่แนวคิด SiaE:0)’s STS ในระดับโลกครับ โดยการลงทุนด้วยตัวเอง และ การติดตามคนสำเร็จ เพื่อย้ำว่า โซเชียล หรือ สังคมนั้นคือหนึ่งในปัจจัยที่จะพาทุกคนร่วมกัน ประสบความสำเร็จ ผมพบเว็บนี้แบบบังเอิญ และพอดีเขาน่าเชื่อถือมากทำให้ผมทำงานของผมได้ง่ายมากขึ้นครับ จริงๆ ETORO ก็คือแนวคิดคล้ายกับของผมแต่เขามีศักยภาพในการทำออกมาในระดับโลก และทำมาตั้งแแต่ 8 ปีก่อนครับ

มาลุยในการลงทุนระดับโลกด้วยกันกับผมครับ ผมสมัครแล้ว ต่อไปก็คุณๆ ล่ะ

สมัครโดยใช้ Account Facebook สมัครได้ไม่ยากจ้า
คลิกที่นี่อย่ารอช้า ขอบคุณทุกท่านครับ

สวัสดีครับ
คุณ SiaE:0)

Wednesday, October 29, 2020

บทความตอนที่ 27: การศึกษาให้รอบรู้ กับ การลงทุน อาจจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

เคยหรือเปล่าครับ ที่บางครั้งในชีวิตของเราในบางช่วงเวลา เราปิดกั้นตัวเอง และปฏิเสธ อะไรบางอย่างแล้วก็ มองข้ามสิ่งนั้นๆ ไป จนมารู้ทีหลังว่า จริงๆ แล้วสิ่งนั้น มีแง่ดีอยู่มากทีเดียว แน่ล่ะผมไม่ได้มาชี้ชวนให้ ผู้้อ่านเข้าไปมัวเมากับอะไรไม่ดีแน่ๆ

ดังนั้นขอให้เข้าใจนะครับว่า เรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของเรา ก็ต้องดูแล เอาเป็นว่าอะไรที่ปลอดภัยไม่ผิดศีลธรรม ก็ทำไปครับ แต่อะไร ที่แม้ เราไม่เดือดร้อน คนอื่นไม่เดือดร้อน แต่ผิดศีลธรรมก็อย่าทำครับมันไม่ดีแน่ๆ

สำหรับการลงทุน นี่ก็ขอให้ดูในแง่ที่ว่า เราเข้ามาในตลาดหุ้นทำไม หากเราไม่ต้องการจ่ายตลาดจริงไหมครับ บางครั้งการเล่นหุ้น ง่ายเหลือเชื่อ แต่ไอ้ที่ง่ายเหลือเชื่อนี่ล่ะ ที่เราเรียกว่า ความเสี่ยง ทำไมน่ะหรือ นั่นเพราะ

ข้อแรก มันทำให้เราหลุด ได้ง่ายๆ เพราะคนเราลืมไปว่า หากอะไรที่ทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก และไม่มีชีวิตจิตใจ มันจะเป็นดาบสองคมเสมอ เช่น

รถยนต์ที่ทำความเร็วได้มากขึ้นเรื่อยๆ พาเราไปไหนต่อไหนได้ เดี๋ยวนี้ผ่อนไม่กี่พันบาท แต่เราไปได้ทั่วไทยแบบนี้ ไม่เรียกว่า Leverage แล้วจะเรียกว่าอะไร คือเจ้าของบริษัทรถยนต์ เขารวยไปนานแล้วครับ ที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องความ ภูมิใจมากกว่า ครับ เขาเลยทำของดีราคาประหยัดมาให้เราใช้กันได้ ใครบอกว่า ของดีราคาถูกไม่มี มีครับ แต่ในระดับราคาที่ถูกอย่างเหมาะสมต่างหากล่ะ น้องเอ๋ย

คอมพิวเตอร์ราคาเดี๋ยวนี้ถูกเหมือนให้เปล่า PC นี่ไม่ถึงหมื่นก็มีให้เห็น มานานแล้ว สมัยผมเรียน
วิศวฯ เครื่องหนึ่ง มากกว่า 45000 บาทนะครับ Intel Inside นี่ล่ะ ++” สเปคยังไม่ถึง 1 ใน 4 ของเครื่องต่ำหมื่นสมัยนี้เลยครับ เชื่อไหม ว่าแต่เกิดกันทันไหมเนี่ย ฮ่ะๆๆๆๆ เราซื้อคอมพิวเตอร์มาก็ใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง คนที่ใช้เป็นยิ่งมีคุณประโยชน์มากมาย แต่ หากคุณเอาไปใช้หลอกขายของคน ดูหนังโป๊ หรือ ทำเรื่องไม่ดีอื่นๆ มันก็จะทำลายคุณในที่สุด ดาบสองคมเห็นไหมครับ

คอมพิวเตอร์กับรถยนต์จึง เหมือนกัน มันทำหน้าที่ได้ดีมากแต่มันไม่มีชีวิตจิตใจ จึงเสมือนเรากำลังอยู่กับ หรือ พกพา ดาบสองคมไปกับเรา ที่จะช่วยเราหรือทำลายเราได้พอๆ กัน

หุ้นก็เหมือนกัน มันยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ เพียงชิ้นเดียวในโลกที่ Leverage สุดยอดที่สุดแล้วครับ เรียกว่าตลาดทุนดีกว่า จะได้เหมาะทุกรูปแบบเลย มันให้อะไรคุณได้มากมาย การเพิ่มพลังการทำเงิน สังคม การศึกษา กระทั่งเป็นงานอดิเรก ก็ยังได้ หากคุณลองดูใน Youtube คุณจะพบว่า มันเป็นเหมือนงานอดิเรกเลยครับ สำหรับคนที่เล่นเป็นนะ ที่บ่้าน บางคนมี จอถาพเอาไว้ดูกราฟ ข่าวสารกันทีละ 5-6 จอ หลายคนอุทิศห้อง หรือ หลืบหนึ่งของบ้าน ใช้เป็นมุมลงทุนโดยเฉพาะ

ในต่างประเทศการซื้อขายหุ้น ไม่ได้ดูหรูเลิศเข้าถึงยากเหมือนในบ้านเรา ของเขาง่าย ขนาดที่ว่า ซื้อหุ้น แอ็ปเปิ้ล เพียง 1-2 หุ้นให้เป็นของขวัญ ลูกหลา่นยังได้เลยครับ บ้านเรามีแบบนี้บ้่างไหม

ในการเล่นหุ้นบางครั้งเราอาจจะเห็นว่า การลงทุนแบบนี้ แบบนั้น ดี กว่าแบบอื่นๆ ซึ่งในทัศนะของผมจากการที่มีญาติผู้ใหญ่ ที่ชำนาญการเล่นหุ้น ท่านแนะนำคือ อย่าไปยึดติดมากครับ ควรใส่ใจในการแสวงหาความรู้ ให้หลากหลาย ครับ และถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ต้อง

สุ จิ ปุ ลิ คือ ฟัง คิด ถาม เขียน ครับ

การเล่นหุ้นนั้น ก่อนจะพิจารณาว่า ลงทุนแบบนี้ กับ หุ้นแบบนั้น แบบนี้ ที่ว่าดี คือดีอย่างไร อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ที่ว่าไม่ดี ไม่ดีเพราะอะไร อันนี้ต้องตั้งคำถาม

เพราะ คำว่า ดี คือ มักจะมีสูตร มีคนหมู่มาก ลงทุนกัน การเข้าถึงข้อมูลไม่ยาก เพราะส่วนมากรู้กัน แต่คำว่า ลงทุนแบบนั้น ไม่ดี หุ้นตัวนี้อย่าไปดูเลย แปลว่า คนบางส่วนสนใจ ทำให้ มีข้อมูล น้อยกว่า การที่บางคนบอกว่าไม่ดี อาจเพราะเขาไม่ถนัดก็เป็นได้ จึงมีคำว่า ไม่ดี มากันไว้ก่อน

ข้อแรก ไม่ดีจริงๆ
ข้อสอง ไม่ดีบางแง่มุม
ข้อสาม ไม่ดี เพราะเคยเจ๊งหุ้นตัวนี้มาก่อน
ข้อสี่ ไม่ดีเพราะไม่อยากหาความรู้ใหม่ๆ
ข้อห้า ไม่ดี เพราะเชื่อเขาว่ากันมา โดยเขาน่ะใคร ไม่มีใครจำได้แล้ว

ดังนั้น ก่อนจะมองข้ามอะไรไป ซึ่งบางทีอาจจะ Leverage เราได้มากและแรง ในเวลาที่สบายๆ แต่เราไม่เคยแตะ ไม่เคยเรียนรู้ ทำให้เราเสียโอกาสได้นะครับ ซึ่งการไปเรียนรู้ เราก็นั่งศึกษากราฟ นี่ล่ะ ง่ายๆ เลย ดูกันเลยว่าเขามีพฤติกรรมการเดินทางของราคาอย่างไร มีข่าวอะไร มีประวัติ โดยอะไรไหม เช่น SP หรือ เป็นหุ้นที่โดน Cash Balance หรือ เปล่า หรือขาวปลอด หรือ รอมานานแต่กำลังจะไป อะไรพวกนี้ คำถามคือ มีอะไรจะเสียไหม ไม่มีนะครับ เพราะตอนที่ศึกษา ไม่ได้เป็นตอนที่ตัดสินใจลงทุน

กระทั่งจะลงทุนก็ยัง เทรดบนกระดาษได้นี่ครับ จริงไหม ไม่ต้องใช้เงินจริงๆ ก็ยังได้

จากการเปิดใจ ศึกษา และทดลองเทรด นี่เป็นการ มองกราฟ ที่มองไม่เห็น ในแบบ ที่เราไม่มองเอง นับว่าเป็นการนำ ทฤษฎี กราฟทวิภาคของผมมาใช้อย่างแยบยลครับ จะเห็นว่ามันอธิบายเข้าได้กับแนวความคิด SiaE’S STS ได้ทั้งหมดครับ เพราะ กราฟทวิภาคก็อยู่ในนี้

สำหรับคนที่หนักไปทางถือยาว ก็ลองมองหุ้นที่นักถือยาวไม่เล่นกัน มันอาจจะกลับมาเป็นหุ้นแบบ กลับมาแรงก็เป็นได้ สำหรับแนวนี้ เราควรมองทั้งแบบ คนนิยม และไม่นิยมครับ คือ ไม่จำเป็นอย่าเสียโอกาส และคุณก็จะ ไม่พลาดทำลาย โอกาสในการทำกำไรของคุณครับ

คำถามสำหรับคนเล่นสั้นคือ คุณเล่นหุ้นในทุกแนวหรือยัง หุ้นที่กราฟมี Curve กับ ไม่มี Curve คุณว่าใครทำกำไรดี แล้วทำไมมันดีกว่ากัน ตรงไหน เคยคิดบ้างไหม

สำหรับคนถือยาว คุณแน่ใจแล้วหรือ ว่าแนวทาง VI ให้ผลตอบแทนสูงสุดแล้ว หากเพิ่มบางอย่างเข้าไปในการทำกำไรจากทุกความสามารถของตัวหุ้นใดๆ ได้ครบล่ะ แบบนี้ เรียกว่า Super VI ได้ไหม

สิ่งทีผมไม่เข้าใจคือ คนถือสั้น เล่นเป็นแต่ไม่ขยายความรู้ๆ ทั้งๆ ที่เข้าและออกเก่งมาก

คนถือยาว ก็ติดอยู่กับแนวคิดบางอย่าง แม้หุ้นตก ก็ตกตายตามกันไปกับหุ้น แล้วรอเป็นปีๆ เพื่อให้มันขึ้น หรือมองเห็นโอกาสแต่ปล่อยไปเฉยๆ

สิ่งเหล่านี้ มีผิดไหม ไม่มีครับเพราะ การลงทุนเป็นเรื่องของแต่ละคน แต่ มีถูกมาก ถูกน้อยครับ

สวัสดีครับ
คุณ SiaE:0)

สารคดีนักลงทุนโลก ตอนที่ 1: วิถีชีวิต วิธีคิดของเหล่า Traders จากทั่วโลก

ลองชมกันครับ เพื่อเปิดโลกทัศน์ แต่ขอล่ะ อย่าออกจากงานมาลงทุนเด็ดขาด จนกว่า คุณจะสำเร็จจริงๆ นะครับ ;0)

Tuesday, October 28, 2020

บทความตอนที่ 26: พลังของ Leverage ทุ่นแรง หมุนแรง ทำรอบ จะเรียกว่าอะไร มันก็คือ การร่นเวลาสำเร็จ

บทความตอนที่ 25: ตลาดหุ้นเช้ากับตลาดหุ้นบ่าย มีอะไรน่าสนใจ

การศึกษาพฤติกรรมตลาด หลายครั้งไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เพราะการที่เราได้เห็นอะไรซ้ำๆ กันทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตุ ผมคงไม่บอกตรงๆ นะครับ แต่ลองไปศึกษากันเอง ดังนี้

หนึ่งลองหาหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวดีๆ มาสักตัวครับ เช่นวันนั้นมีข่าว อะไรแบบนี้ แล้วลองไปเปิดดู กราฟระหว่างวัน อันนี้ดูของ www.settrade.com ก็ได้ กดที่ปุ่มดำๆ ที่เขียนว่า “ดูกราฟระหว่างวัน” ครับ จากนั้นก็ดูไปเลยครับ คุณจะเห็นพฤติกรรมที่หุ้นแสดงชัดเลย

1.เวลาที่หุ้นเริ่ม ถามตลาด คือ พอได้ราคาเปิดแล้ว ขึ้นๆ ลงๆ อยู่พักหนึ่ง จนนิ่ง นานไหม อย่างไร
2. คำว่าราคาสูงสุดของวัน มันโผล่มาตอนไหน และ ทำไม
3. ราคาส่วนมาก เพิ่ม ตก เสมอๆ ส่วนมากตอนไหน ทำไม
4. หุ้นตัวนี้ มีโวลุ่ม กับ ทรงกราฟเป็นอย่างไร ดูทั้งเช้า และ เย็น
5. เอามาประยุกต์ในการเข้าออก ได้ไหม

เท่านี้เองครับ พอทำบ่อยๆ จะเกิดทักษะ ครับ ลองนำไปต่อยอดกัน

สวัสดีครับ
คุณ SiaE:0)

Monday, October 27, 2020

ตอนพิเศษ# 1. ในโลกนี้ เขานี่ล่ะที่เป็น Trader ตัวจริงกับชีวิตเสรี อย่างเหลือเชื่อ ที่นี่ที่เดียว บล็อกการเล่นหุ้นของ คุณ SiaE:0)

เห็นพี่ท่านเทรดหุ้นแล้ว ก็นะครับ แบบนี้ก็มีในโลก :0) อ้อ เขาทำคลิปมาล้อเลียน เทรดเดอร์ครับ

Sunday, October 26, 2020

บทความตอนที่ 24: กลยุทธ์ ต้องปรับให้เข้ากับตัวเอง ไม่ใช่อาศัยแต่ตัวอย่าง เมื่อไรวิไอ เมื่อไรลงทุนแบบเทคนิค

ถ้าเราเปรียบการลงทุน คือ แบบปัจจัยพื้นฐาน และ การดูจากเทคนิค ว่าเป็นกลุยุทธ์การลงทุนของแต่ละคน เราก็ควรพิจารณาก่อนว่า อะไรเข้ากับเรามากที่สุด ไม่ใช่เพราะคนนั้นว่าดี ก็ดี คนนี้ทำสำเร็จจึงดี แบบนี้อาจจะไม่ค้นพบตัวเองครับ

แนวคิดของผมไม่ยากเลย คิดง่ายๆ กับแนวคิดสั้นๆ นี้

คนที่เป็นเจ้าของกิจการ จำเป็นไหม ที่ต้องมาดูแลงานทุกระดับ อย่างละเอียด และทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครเขาทำกันหรอกครับ นอกจาก เขาอยากจะทำ แต่ไม่ได้ทำตามหน้าที่ ทำเพราะ รักจะทำ เพราะเขาเป็นเจ้าของ กำไร ความสำเร็จกลับมา ก็ของเขาทั้งหมด จริงไหม

คนที่เป็นลูกจ้าง มนุษย์เงินเดือน หยุดไปนานๆ ได้ไหม ไม่ได้ครับ แต่จำเป็นต้องมาทุกวันทำงาน เพราะมีภาระทางบ้าน และ ตัวเอง ต้องดูแล ทั้ง บ้าน รถ สารพัด เรามาทำงานเพราะเป็นหน้าที่ ของคนดีๆ คนหนึ่ง

การเล่นหุ้นแนวปัจจัยพื้นฐาน ก็หาใช่การเริ่มจากเงินน้อยเรี่ยดินเสียเมื่อไร เราต้องมีเงินในระดับที่มากพอ ที่จะรอไป หลายๆ ปี แล้วพอมันงอกเงย มาดูกำไรแล้ว หายเหนื่อย แบบนี้ ควรจะเหมาะกับคุณหรือไม่ คุณมีเงินก้อนมากพอ ในระดับ ที่งอกเงยแล้วรู้สึกคุ้มค่าไหม

สำหรับคนที่เล่นแบบเทคนิค จะเก็งกำไร ถือสั้น อะไรก็ตาม หากคุณมีเงินก้อนเบ้อเริ่ม คิดแล้วซื้อหุ้นชั้นดี มีอนาคตราคาต่ำๆ เอาไว้ แล้วปล่อยค้างไว้หลายปี แบบนี้คุ้มกว่าไหม ทำไมต้องมาติดตามกราฟ ซื้อขายกันบ่อยๆ จริงไหม

ดังนั้น การจะเลือกการเล่นหุ้นแบบ ปัจจัยพื้นฐาน หรือ เทคนิค ไม่ใช่เรื่องของความชอบอย่างเดียวแต่เป็นการ ตั้งธง กลยุทธ์ ให้ถูกกับขนาดของกระเป๋าของคุณครับ กับเวลาที่ไม่เสียไปเปล่าๆ

หากคุณมีเงินไม่มากพอร์ตยังเล็กๆ เพื่อนคุณเอาเงินไปซื้อ หุ้นใหญ่อนาคตดีเก็บไว้ แล้วค้างไว้ 3 ปีกับ คุณเลียนแบบเขาโดยเขาเงินก้อนเล็กๆ ไปซื้อพร้อมกับเขา เห็นเขาทำเราทำมั่ง เอ็งมี ข้าก็มี เว้ยเฮ้ย
แน่ล่ะมีปันผล แต่ระหว่างทาง จะมีเรื่องเกิดขึ้นได้ อย่างน้อย 2 แบบ หุ้นขึ้น หรือไม่ก็ลง หากลงเพื่อนคุณเดือดร้อนไหม ผมว่าไมนะ เขาเลือกลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐาน อีกไม่นาน อาจจะเป็นอีก 3 ปีมันก็อาจขึ้นไม่เห็นจะยาก แต่เงินที่ก้อนเล็กๆ ของคุณจะกลายเป็นรออีก 3 ปี เพื่อกลับมาเท่าทุนกับปันผล ที่มีเข้ามา รวมๆ แล้ว เพื่อนคุณยังเป็นเงินก้อนใหญ่

แต่ของคุณ ใช้เวลา 6 ปี กับเงินก้อนเล็ก ที่โต แบบแกนๆ 6 ปี นะครับ คุ้มไหม?

ถ้าหุ้นมันดีตั้งแต่ 3 ปี แรกล่ะ ก็ไม่ว่ากันครับ ตามแนวทางของ ปัจจัยพื้นฐาน ทั้งปันผล ทั้งซื้อกลับ ทั้งกำไรส่วนตา่ง จากต้นทุนที่ต่ำไปกว่าตอนแรก ยังไงก็มีกำไร และกำไรดีด้วย แต่ว่า เมื่อเทียบสัดส่วนกำไรกับเพื่อนของคุณแล้ว คุณว่าใครได้เต็มเม็ด เต็มหน่วยกว่ากัน เรื่องนี้อย่าลืมคิดดีๆ ครับ

ดังนั้น แม้นเราจะรักปัจจัยพื้นฐาน แต่วันเริ่มแรก ของคนทุนไม่มากแบบเรา อาจเปิดใจส่วนหนึ่งเพื่อทดลองลงทุนระยะสั้น จะดีไหม เพื่อใช้พลังของตลาดหุ้น สร้างพลังเสริมแรง แบบ Leverage ทำให้ร่นเวลาให้สั้นลง ในการสร้างกำไรที่มากขึ้น จนมันงอกเงยเป็นเงินก้อนที่ใหญ่พอแล้วค่อยไป ลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐานแบบเต็มร้อยก็ยังได้

ทำไมควรสร้างเงินลงทุนให้มีก้อนใหญ่พอสมควร นั่นเพราะ จะเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน ต่างล้วนหยิบยืมพลังของ %ดอกเบี้ยทบต้น จากตลาดหุ้นเอามาใช้ทั้งนั้น เทคนิค ก็ตรงๆ เล่นแล้วทบไปเรื่อยๆ ซึ่งเสียงสูงมาก เพราะ ทบแล้วได้มาก แต่ ทบแล้วเสียมากเช่นกัน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐาน การทบต้นก็มาจาก การเอาปันผลซื้อหุ้นเพิ่ม และ กำไรส่วนต่างนั่นล่ะ ครับ คือสไตล์การทบต้น ของปัจจัยพื้นฐาน หากใครเถียง ห้ามซื้อหุ้นเพิ่มจากเงินปันผล นะครับ ฮาาาาาาาาาา

และหากใครมีเวลาลองทำตาราง % ทบต้นขึ้นมาครับ คุณจะพบว่า %ดอกเบี้ยทบต้นนี่มัน สุดยอดจริง ๆ ซึ่งความลับของเขามีข้อเดียว คือ

หากจะใช้เวลาเท่าๆ กันลงทุน เช่น 3ปี 5 ปี 10ปี หรือกว่านั้น คนที่ใช้การทบต้นเหมือนกัน คนที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่มากกว่า จะได้เปรียบมากกว่า (ให้คิดว่าคนที่แข่งกัน ขาดทุน หรือ กำไรเท่าๆ กัน) ดังนั้น
หากคิดจะเล่นหุ้นแล้ว เราเริ่มต้นด้วยเงินต้นที่สูงกว่าย่อมได้เปรียบครับ

คำเตือน: ข้างต้นเป็นแนวคิด ครับ เพราะในตารางที่ทำขึ้นมามันฟ้องเลยครับ ยิ่งเงินต้นมาก และเราตั้งใจว่า จะมีเงินเท่านั้นเท่านี้เป็นเป้าหมายไว้ คนที่ต้นทุนมากกว่า จะใช้ความพยายามน้อยกว่ามาก และยังสำเร็จได้ในเวลาที่เร็วกว่าอีกด้วย ครับผม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การยุให้ลงทุนมากๆ แต่เป็นเรื่องของการจัดสรรการลงทุนของคุณ + ทักษะของคุณที่พร้อมแค่ไหน + การคาดคะเนของคุณเองครับ ข้างต้นเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้นครับ

การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง และการตัดสินใจเป็นของตัวคุณเองนะครับ

แต่เทคนิค ก็ต้องระวังครับ ไม่ใช่จะกำไรสถานเดียว มันมีทั้งกำไรขาดทุนเหมือนกัน ครับเราต้องบริหารเอง

คนที่อยากเล่นเทคนิคเสียเหลือเกิน มีเงินก้อนเบ้อเริ่ม ไปลงปัจจัยพื้นฐานไว้ก่อน แล้วศึกษาการลงทุนแบบเทคนิคให้กระจ่างก่อนดีไหม แบบนี้ครับ

สวัสดีครับ
คุณ SiaE:0)

Saturday, October 25, 2020

บทความตอนที่ 23: เราควร วัด ที่โอกาสในการทำกำไร เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

แนวคิดในการ วัด โอกาสในการทำกำไร ผมเกิดวาบความคิดขึ้นมาตอนที่กำลัง นั่งทำการบ้านว่า สัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงจะลงทุนในหุ้นตัวไหนดี เพื่อค่อยๆ สร้างและพัฒนาวิธีการเล่นหุ้น ในแนว

ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ได้เอาเงินมาทดลองเล่น ๆครับ ทุกๆครั้งที่ลงทุน ผมจะทำการบ้านเป็นอย่างดี แต่ช่วงเช้าต้องระเบิดหัวเราะ เพราะหุ้นที่เลือก ดันต้องมี Cash Balance เสียนี่ คือต้องมีการวางเงินสดก่อนครับ ถึงเล่นได้ เพราะมันแรงเกินเหตุ ไปพบที่ Settrade.com พอเข้าไปอ่าน พบว่ามีอีก 3 ตัวเรียงกันมาเลย สมควรโดน เพราะกำไรวันเดียว 27%, 28 % จนถึง Ceiling เลยคือ เกือบ 30% ตลาดแจ้งเป็นหนังสือไว้เลยว่า รอชี้แจงจากบริษัท ผมเลยต้องทำการบ้านกันใหม่อีกรอบ

การวัดโอกาสในการทำกำไร เกิดวาบขึ้นมาขณะที่ผม กำลังทำการบ้านว่าจะเลือกหุ้นตัวไหนในการลงทุน ผมเกิดถามตัวเองว่า เท่าที่ลองลงทุนมา มันก็มีตัวที่ เราเพิ่งเห็น หรือ เข้ามาในสายตา ที่หากเมื่อ สัปดาห์ก่อนเราเห็น และลงทุน เราอาจจะได้กำไรมากกว่า กำไรที่ได้จากหุ้นตัวที่เราเลือกเสียอีก แต่ขณะเดียวกัน หุ้นที่เราเลือก ก็ทำกำไรดีมากกว่าหุ้น ที่คนอื่นเลือก แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเรา

พบโอกาสที่ดี หรือ เสียโอกาสที่ดี ในการลงทุนไป

จะทำอย่างไรดี ผมเลยนึกสนุกครับ ดังนี้

1. ขณะทำการบ้านในการคัดหุ้นมาลงทุน ผมจะบันทึกตัวที่น่าสนใจ ไว้อีกสัก 3-4 ตัว
2.เมื่อลงทุนไปแล้ว หากได้ยินสื่อ หรือข้อมูลว่าหุ้นตัวไหนกำลังดี ก็บันทึกเพิ่ม
3.เมื่อจบการลงทุน บันทึกกำไร แล้ว ติดตาม หุ้นทุกตัวแล้วเอามาเทียบกับหุ้นในข้อ 1 และ 2
4. เอาจำนวนเงิน ที่เราลงทุนในหุ้นของเรา เป็นตัวตั้งแล้วหารด้วยราคาของหุ้นตัวอื่นแต่ละตัว
คำนวณราคากำไร ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันออกมา โดยอาจนับเวลา หรือ ใช้วิชากราฟทวิภาค
ของผมในการหาจุด ขายออก คือจะได้เหมือนกันหมด ดังนั้น วันซื้อเข้าก็ควรเป็นวันใกล้เคียงกัน
หากใช้ กราฟทวิภาค

5.สรุปผลระดับกำไร แล้วไล่ลำดับ มากไปน้อย แล้วดูว่า เราอยู่อันดับที่เท่าไร ซึ่งไม่ควร เกิน 2 อันดับ
แรก

นี่ล่ะครับ จะเป็นตัวเทียบวัดได้เลยว่า เรามีฝีมือและสัญชาติญาณ ในการลงทุนมากเพียงใด และพลาดโอกาสในการลงทุน หรือ คว้าโอกาสในการลงทุนไว้ได้มากน้อยเพียงใด ง่ายๆ เลยครับ

จากนั้นนำผลการทดลองค้นคว้าดังกล่าวมา พิจารณาว่า เราพลาดอะไร หรือทำอะไรมาดีแล้ว แล้วนำไปพัฒนาการลงทุนให้มีความเฉียบคมขึ้น นี่ล่ะครับ หนึ่งในแนวคิดของ SiaE’s STS ของกระผม :0)

สวัสดีครับ
คุณ SiaE:0)

บทความตอนที่ 22: พลังแห่งดอกเบี้ยทบต้น แรงขนาดไหน นี่ล่ะเสน่ห์ของการลงทุนในหุ้น

การเล่นหุ้นแท้จริง แล้ว ไม่มีอะไรมากกว่า การเข้าลงทุนในขณะที่ราคาของหุ้นลงมาถึงราคาต่ำสุด บางคนว่า ราคาที่เหมาะสม และขายออกทำกำไร เมื่อราคาไปถึงราคาสูงสุดที่จะทำกำไรได้ มันเท่านี้จริงๆ แต่พูดง่ายทำยากครับ

คร่าวก่อนผมกล่าวถึง กราฟทวิภาค ไปแล้ว กับแนวคิด ของสิ่งที่มองเห็น และไม่เห็น สิ่งเหล่านี้ต้องไปทดลองกับหุ้นจริงๆ จึงจะค้นพบครับว่า จริงดังที่ผมพูดไว้

กราฟทวิภาค อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ในโลกนี้มี ที่ช่วยให้เรา ตีความ ว่า ราคาต่ำสุดที่ควรเข้าช้อนซื้อ คือ เท่าไร และ เมื่อใดควรจะออกจากการลงทุน แล้วนำเงินไปทำประโยชน์กับหุ้นตัวอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องจมปลัก ลงไปกับหุ้น รอเป็นปีๆ แล้ว รอราคาหุ้นขึ้น ทั้งนี้สามารถนำเงินออกมาในเวลาที่เหมาะสมและลงทุนในหุ้นได้อีกมากมาย แล้วค่อยนำเงินไปช้อนซื้อหุ้นตัวเดิม กลับมาก็ทำได้

เราเล่นหุ้นเพื่อหวังอะไร อันดับแรกคือกำไร แต่กำไรของหุ้น มีลักษณะอย่างไร พฤติกรรมของหุ้น คล้ายดอกเบี้ยทบต้นครับ ถ้าไม่เบิกเงินกำไรออกมาใช้มากเกินไป ตลาดหุ้นอาจจะเป็น เครื่องมือทางการเงิน ที่ดีที่สุด และแรงที่สุดในโลกครับ ทำไม

นั่นเพราะ ในการลงทุนหุ้น หากเราได้ผลกำไร แต่เราไม่ได้เอาออกมาใช้มากเกินไป กลับเอาไปช้อนซื้อหุ้น สมมุติว่าตัวเดียวกันนั้น เพิ่มเข้าพอร์ตเรื่อยๆ อันนี้ไปในทางกำไรนะครับ ราคาต้นทุนของหุ้นที่เราถือครองก็จะ ต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอะไร เพราะหลังๆ มาเงินที่ซื้อมันคือเงินกำไรไงครับ ไม่ใช่เงินของเรา ยิ่งซื้อทบกลับไปราคาต้นทุน หุ้นโดยเฉลี่ยจะลดลงไปเรื่อยๆ

จากนั้น หากถือไว้นานพอยังได้ปันผลอีก บางตัวได้มากตั้งแต่ 6-10%กว่า ก็มีให้เห็น หากซื้อโปะเข้าไปอีก ยิ่งได้ผลตอบแทน ซ้ำซ้อนขึ้นไปอีก

บางคนใช้กลยุทธ์ ถือหุ้นปันผลดีๆ ไม่กี่ตัว อาศัยเงินปันผลอย่างเดียว ซื้อให้มากหน่อย ได้ปันผล 6-10% ทุกปี รวมแล้วมากกว่า เงินเดือน และ อยู่ได้อย่างสบายๆ ไปตลอดชีวิต กลยุทธ์นี้เรียกเป็นทางการบนหนังสือ ผมจำได้ว่า ชื่อ กลยุทธ์ หุ้นห่านทองคำ พิมพ์ออกมานานแล้ว มันสวยหรูมาก เพราะคนเขียน ท่านทำได้จริงๆ และ ตอนนี้หลายคนก็ทำ

แต่จะไปถึงตรงนั้นได้ อาจต้องมีการพากเพียรพอควร เพราะเพียงเงินปันผลก็เลี้ยงตัวได้ทั้งปี และอยู่อย่างสบายไปตลอดชีวิต ไม่ได้เขียมนะครับ มันต้องมีหุ้นมากพอ และเงินลงหุ้นที่ไม่น้อยเลย จึงเกิดอีกทางที่ทำกัน อาศัยพลังของกำไรทบต้น นั่นคือ การลงทุนที่ต้องมีการวางแผน และมีความอดทน

บางคนเรียกว่าเล่นหุ้นระยะสั้น เก็งกำไร เทคนิค แต่หากเพิ่มการวางแผนว่า จะใช้ %กำไร สร้างสิ่งที่เรียกว่า กำไรทบต้น เข้ามาในการเล่น มันจะเป็นการเล่นหุ้น แบบทบต้นกับกำไร ไปในทันที เคยได้ยินคนสรรเสริญ พลังของดอกเบี้ยทบต้นไหมครับ นั่นล่ะ มันเหมือนกันเลย

คำเตือน: ต่อไปนี้เป็นแนวคิดทางทางทฤษฎี ของกำไรทบต้น จากการลงทุนในหุ้น สถานการณ์ในตลาดหุ้น การลงทุน ต้องได้รับการติดตามจากตัวของคุณเอง มันอาจไม่สวยหรูเหมือนในทฤษฎี จึงมีความเสี่ยงครับ เหมือนการลงทุนทุกชนิด อย่าได้คิดว่า นี่คือหวานหมู เด็ดขาด เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง กรุณาศึกษาและพิจารณาก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนเป็นเรื่องที่คุณต้องรับผิดชอบเองนะครับ

สมมุติให้เห็นกันนะครับ เริ่มลงทุนในหุ้นไม่ต้องมาก สัก 50,000 บาท ให้คุณได้กำไร ราวๆ 2% เอาเป็นรายวันเลยนะครับ ใน 1 เดือนคุณจะมีเงินในมือ ราวๆ 74,297 บาท โดยมีเวลาให้เล่นหุ้น 20 วัน คุณอาจจะคิดว่า นี่เป็นเรื่องฉาบฉวยอันตราย แต่สำหรับ คนที่มีประสบการณ์และเข้าใจในการลงทุนในตลาดแบบถือสั้นนี้ ถ้าเขาเข้าใจมันจริงๆ เราโทษเขาได้หรือ

สมมุติว่า คุณย้ายร้านขายข้าวแกงในหมู่บ้านห่างไกล ขายกำไรวันละ 500 บาท เข้ามาขายที่แถวรัชดา คุณมีกำไรวันละ หลายพันบาท หรือ เป็นหมื่น คุณผิดไหม มันคือเรื่องเดียวกันครับ

ในเวลาเท่ากัน ตลาดหุ้นมีความที่เรียกว่า ทุ่นแรง เพิ่มแรง ให้การลงทุนมากกว่า ธุรกิจอื่น นี่คือ เสน่ห์ของตลาดหุ้น คนที่มีความรู้มากพอ มีประสบการณ์ ย่อมอยากทดลอง วิชา และเมื่อเขาพบว่ามันทำงานได้ดี ทุ่นแรงไปได้เป็นร้อยๆ เท่า เขาจะกลับไปขายข้าวแกงในหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงไหม ลองถามตัวคุณเอง

แต่การเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง ค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่างจะสูงขึ้นอย่างมาก ในตลาดหุ้นที่มีพลังทุ่นแรงสูงยอดเยี่ยม ก็มีด้านที่ต้องระวังคือ มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน

การที่คุณลงทุนแล้วได้กำไร วันละ 2% อาจจะดูน้อย แต่ถ้าสามารถ ย้ำคำว่า สามารถ ทำได้ จริง ผ่าน 20 วันใน 1 เดือนเท่ากับว่าคุณทำกำไรหยาบๆ ได้ 40% เลยนะครับ ธนาคาร ให้คุณได้ไหม แต่หากคุณลงทุนแล้วขาดทุนวันละ 2% ผลก็คือใน 1 เดือนคุณจะขาดทุนมากถึง 40% เลยที่เดียว ธนาคารไม่เคยเอาเงินคุณไปเร็วขนาดนั้น กระทั่งอัตราเงินเฟ้อ ก็ไม่ทำร้ายคุณขนาดนั้นใน 1 เดือน

คนที่เข้าตลาดหุ้นจึงมีความเสี่ยงสูง แต่ ก็มีผลตอบแทนสูง มันจึงเป็นที่มาของ วลีของผมเองว่า

High Risk, Maybe High Return, Who Know?

ความเสี่ยงสูงแน่ แต่อาจจะได้ผลตอบแทนสูง ใครเล่าจะรู้

ผมเชื่อของผมแบบนี้ การที่เราไปท่องว่า ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูงอย่างฝรั่งนี้ มันง่ายไปครับ คือ กลัวจะไปเชื่อผิดๆว่า เป็นกฎ แห่งกรรม ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะว่า

คนที่เสี่ยงสูง คุณทำเพื่อใคร ก็ตัวคุณเอง
มันจะได้มาก ได้น้อย ไม่เกี่ยวกับการเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำครับ
แต่มาจาก ปัญญา ในการพิจารณาของคุณ และการทันตลาดต่างหาก

แม้เสี่ยงสูง แต่ พิจารณาไม่ขาด ก็เจ๊งได้ครับ
แม้เสียงสูง แต่ ค่อยๆ พิจารณา ลงทุนระมัดระวัง ก็รวยได้เช่นกัน
ไม่มีอะไรแน่นอน

มามองในด้านทำแล้ว เป็นไปตามทฤษฎีข้างต้นกันก่อน คือ วันละ 2% พอแล้ว ครบ 20 วันได้เงินในมือรวมต้นรวมกำไรทบต้น ได้มาเป็น 74,297 บาท หากคุณมีฝีมือและแผนการลงทุน คัดหุ้น เข้าออกหุ้นเก่ง มีวินัย คุณทำได้ จริงๆ ในตลาดมีคนทำได้อยู่แล้วครับ 2% นี่ไม่เยอะนะครับ สำหรับคนที่ชำนาญ

ถ้า%กำไรต่อวันมากกว่านั้น ทบต้นไปเรื่อยๆ และทำได้ตามเป้าครบ 20 วันได้จริงๆ จะเป็นอย่างไร
จากยอดต้น 50000 บาท

3% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 90,305 บาท
4% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 109,556 บาท
5% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 132,664 บาท
6% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 160,356 บาท
7% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 193,484 บาท
8% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 233,047 บาท
9% ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์ 280,220 บาท

ย้ำนะครับ การลงทุนจะเป็นแบบไหนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ครับ

สำหรับคนที่สามารถทำได้ เขาย่อมเชี่ยวชาญและทำได้จริงๆ ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ตามจำนวน % ที่สูงขึ้น แต่มันคือพลังของกำไร หรือ ดอกเบี้ยทบต้นอย่างแท้จริงๆ ครับ

1.คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า หุ้นตัวไหนที่กำลังเป็นที่นิยมของมหาชน
2.จะรู้ได้อย่างไรว่า เข้่ามาลงทุนในวันนั้นเป็นวันที่เหมาะสม คือ มาตอนเริ่ม ตอนกลาง หรือ ตอนติดดอย
3. ราคาที่ไม่แน่นอนจนนาทีสุดท้าย ตอนตลาดปิด คุณจะออกตอนไหน
4.คุณมีเวลามากพอที่จะลงทุนแบบนี้หรือ
5. ความรู้ของคุณถึงแล้วหรือยัง

เอา 5 ข้อนี้ก่อนครับ คำถามคือ แนวคิด ดูเป็นไปได้แต่คนที่ผ่านทั้ง 5 ข้อสำหรับนักลงทุน ยิ่งมือใหม่ด้วยแล้ว จะมีผ่านกันกี่คน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รายได้ออนไลน์
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: