การขุด Bitcoin อธิบาย

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

การขุด Bitcoin คืออะไร และมันทำงานอย่างไร

ในระบบสถาบันการเงินนั้น รัฐบาลสามารถที่จะพิมพ์เงินออกมาได้เมื่อพวกเขาต้องการ แต่ในโลกของบิทคอยน์นั้น การใช้คำว่าพิมพ์อาจจะไม่ถูกต้องนัก ถ้าจะเรียกให้ถูกคือการ “ค้นพบ” มากกว่า คอมพิวเตอร์ทั่วโลกนั้นทำการ “ ขุด”​ หาเหรียญใหม่ๆด้วยการแข่งขันกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ

การขุดเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้คนทั่วโลกกำลังส่งบิทคอยน์หากันผ่านระบบเครือข่ายบล็อกเชนของบิทคอยน์ ถ้าหากไม่มีผู้ที่คอยทำการบันทึกประวัติการส่งบิทคอยน์หากันนั้น ก็จะไม่มีสามารถมีใครรู้ได้ว่าใครเป็นคนส่งใครเป็นคนรับ ระบบเครือข่ายของบิทคอยน์ช่วยจัดการทำสิ่งเหล่านี้โดยการเก็บข้อมูลธุรกรรมการส่งบิทคอยน์ที่ส่งหากันในช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาเหนึ่ง โดยข้อมูลนี้จะถูกว่า “บล็อก” มันเป็นหน้าที่ของเครื่องขุดในการช่วยคอนเฟิร์มการทำธุรกรรมบิทคอยน์ (confirm transaction) และทำการบันทึกลงไปในสมุดบัญชีกลางหรือ general ledger

ปลอดภัยหายห่วงด้วย Hash

สมุดบัญชีกลางนั้นมีหน้าที่คอยเก็บบล็อกที่ยาวเป็นหางว่าว โดยทั้งสองอย่างนี้เมื่อมารวมกันจะเรียกว่า “ บล็อกเชน” ( blockchain) ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือโซ่ของบล็อกที่ต่อยาวเรียงกันไปเรื่อยๆ มันสามารถใช้เก็บบันทึกการส่งบิทคอยน์หากันทุกๆธุรกรรม จาก address หนึ่งสู่อีก address เมื่อไรก็ตามที่บล็อกใหม่ที่ใช้เก็บข้อมูลนั้นถูกสร้างขึ้นมา มันก็จะถูกนำไปใส่เพิ่มในบล็อกเชนที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการส่งบิทคอยน์หากันในเครือข่าย โดยตัวสำเนาของบล็อกที่ถูกอัพเดตแล้วจะสามารถที่จะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับทุกๆคนหรือใครก็ได้ที่สนใจ เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ว่ามีการทำธุรกรรมอะไรบ้างเกิดขึ้น

กระนั้น สมุดบัญชีกลางที่ดีจะต้องมีความน่าเชื่อถือสูง และการเก็บข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บในรูปแบบของดิจิตอล คำถามคือเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าบล็อกเชนจะไม่สามารถถูกดัดแปลงหรือโกงได้? คำตอบนั้นอยู่ที่ miner หรือนักขุด

เมื่อบล็อกของธุรกรรมบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมานั้น เครื่องขุดก็จะนำมันมาประมวลผล เครื่องขุดเหล่านั้นจะนำเอาข้อมูลจากบล็อกมาทำการเข้ารหัสสมการทางคณิตศาสตร์ เปลี่ยนให้มันมีรูปแบบอย่างอื่นที่มีขนาดสั้นกว่า โดยลักษณะของมันจะดูเหมือนกับตัวเลขผสมตัวหนังสือแบบสุ่มมั่วๆ สิ่งนี้คือสิ่งที่เรียกว่า hash โดย hash นั้นจะถูกเก็บเข้าไปในบล็อกเชนพร้อมๆกับบล็อกในเวลาเดียวกัน

Hash นั้นมีรูปแบบที่น่าสนใจไม่น้อย มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสร้างรหัส hash ออกมาสัก 1 ชุดจากข้อมูลของบล็อกบิทคอยน์ แต่มันเป็นเรื่องที่ยากมากจนถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นไปไมได้เลยถ้าคุณต้องการที่จะอ่านข้อมูลของบล็อกนั้นจาก hash และถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ง่ายที่จะสร้าง hash จากข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ แต่ hash แต่ละ hash นั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ถ้าหากคุณเปลี่ยนข้อมูลของบิทคอยน์บล็อกเพียงแค่ 1 ตัวอักษรละก็ hash นั้นก็จะเปลี่ยนไปแบบทั้งแถบเลย

ตัวอย่างการเปลี่ยนข้อมูลประเภท text ให้กลายเป็น hash

เครื่องขุดนั้นไม่เพียงแต่ใช้ธุรกรรมจากโอนบิทคอยน์มาสร้าง hash แต่ข้อมูลบางชนิดนั้นก็ถูกใช้ด้วย โดยหนึ่งในข้อมูลที่ว่าคือ hash ของบล็อกตัวสุดท้ายที่ถูกเก็บอยู่ในบล็อกเชน

เนื่องจากว่า hash ในแต่ละบล็อกนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้ hash ของบล็อกก่อนหน้าของมัน 1 บล็อก มันจึงกลายเป็นเปรียบเสมือนตัวซีลจดหมายแบบดิจิตอลที่สามารถ ‘คอนเฟิร์ม’ ว่าบล็อกนี้และบล็อกก่อนหน้านี้ทุกๆบล็อกคือของจริงต้นฉบับ เพราะถ้าหากว่าคุณโกงหรือแอบเข้าไปปรับเปลี่ยน ทุกๆคนก็จะสามารถรู้ได้

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ถ้าหากคุณพยายามลองโกงธุรกรรมโดยการเปลี่ยนข้อมูลในบล็อกที่ได้ถูกเก็บแล้วในบล็อกเชน hash ของบล็อกนั้นก็จะถูกเปลี่ยนแปลง ถ้ามีใครคนอื่นเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของบล็กด้วยการรันระบบ hashing นั้น พวกเขาก็จะพบว่า hash นั้นแตกต่างจากตัวก่อนหน้านี้ที่เคยถูกเก็บไว้ในบล็อกเชน และบล็อกนั้นก็จะเป็นที่รู้กันทันทีว่าเป็นของปลอม

เนื่องด้วยการที่ hash ของแต่ละบล็อกนั้นถูกใช้เพื่อช่วยเหลือในการสร้าง hash ขอบล็อกตัวต่อไปในเชน การเข้าไปยุ่งหรือแก้ไขบล็อกที่ถูกเก็บแล้วนั้นอาจจะทำให้ hash ของบล็อกในตอนสุดท้ายออกมาผิดด้วยเช่นกัน และนั่นก็จะทำให้บล็อกในแต่ละบล็อกอื่นๆที่ต่อแถวมาเรื่อยๆผิดทั้งหมดเป็นหางว่าว

ศึกแห่งการต่อสู้เพื่อบิทคอยน์

และนั่นก็คือวิธีที่เครื่องขุดทำการ ‘ซีลปิดบล็อก’ โดยเครื่องขุดพวกนั้นจะทำการแข่งขันกันเองในเครือข่ายและใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อขุดบล็อกโดยเฉพาะ ทุกๆครั้งที่มีคนสามารถสร้าง hash ขึ้นมาได้โดยสมบูรณ์แบบ เขาจะได้รางวัลเป็นบิทคอยน์ 12.5 บิทคอยน์ บล็อกเชนจะถูกอัพเดต และทุกๆคนในเครือข่ายก็จะเห็นถึงการ

เปลี่ยนแปลง สิ่งนี้เป็นกำลังใจให้นักขุดได้ขุดต่อไป อีกทั้งยังช่วยคอนเฟิร์มธุรกรรมให้คนอื่นๆในเวลาเดียวกันด้วย

ปัญหาก็คือ มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะสร้าง hash ขึ้นมาจากข้อมูลใดข้อมูลหนึ่ง เพราะคอมพิวเตอร์นั้นเก่งมากในการทำเรื่องแบบนี้ ดังนั้นระบบเครือข่ายของบิทคอยน์จึงต้องทำให้มันยากมากขึ้น มิฉะนั้นทุกๆคนก็สามารถที่จะทำการ hashing ธุรกรรมเป็นร้อยๆบล็อกภายในเพียงแค่ไม่กี่วินาที และบิทคอยน์ทั้งหมด 21 ล้านบิทคอยน์ก็อาจจะถูกขุดหมดภายในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้นกลุ่มนักพัฒนาบิทคอยน์สาธารณะจึงได้ตั้งกฎระเบียบเอาไว้ว่า.ของบิทคอยน์จึงต้องทำให้ระดับความยากมีมากแบบพอสมควร จึงเกิดออกมาเป็นระบบที่เรียกว่า ‘proof of work‘ หรือการพิสูจน์ด้วยผลงาน

กลุ่มนักพัฒนาสาธารณะของบิทคอยน์นั้นจะไม่ยอมรับ hash เก่าที่ถูกเก็บมาแล้ว และจะเรียกร้อง hash ของบล็อกใหม่ๆที่ยังไม่ถูกขุดให้มีจำนวนเลขศูนย์ตามที่กำหนดไว้ในส่วนแรกสุดของ hash ดังนั้นจึงไม่สามารถมีใครคาดเดาได้ว่า hash จะออกมามีหน้าตาเป็นแบบไหนก่อนที่ขุดมันออกมาได้เลย โดยเมื่อไรก็ตามที่คุณทำการใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปนั้น hash ก็จะเปลี่ยนไปทั้งแถวทันที

เครื่องขุดนั้นโดยปกติแล้วจะไม่เข้าไปยุ่งกับข้อมูลธุรกรรมบนบล็อก แต่มันจะทำการเปลี่ยนข้อมูลที่ใช้เพื่อสร้าง hash โดยมันทำสิ่งนี้ด้วยการใช้ข้อมูลแบบสุ่มอื่นๆที่เรียกว่า ‘nonce’ โดยข้อมูลนี้ปกติจะถูกใช้กับข้อมูลธุรกรรมในการสร้าง hash โดยถ้าหาก hash นั้นไม่ตรงกับ format ที่ถูกตั้งไว้ nonce ก็จะถูกเปลี่ยน และขั้นตอนการ hashing ก็จะถูกทำขึ้นมาใหม่ โดยขั้นตอนที่ว่านี้จะอาจจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบจนกว่าจะหา nonce ที่ใช้งานได้จริงๆ โดยเครื่องขุดทุกเครื่องบนเครือข่ายนั้นก็พยายามที่จะทำการประมวลผลธุรกรรมในเวลาเดียวกัน และนั่นก็คือวิธีที่นักขุดหารายได้

ระบบการขุดบิทคอยน์นั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นระบบที่ยังไม่สมบูรณ์แบบมากนัก กระนั้น มันก็ได้พิสูจน์มาให้เห็นจนเกือบจะทศวรรษแล้วว่าแนวคิดการกระจายแบบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเจ้าของนั้นสามารถที่จะนำพามาซึ่งโลกในอุดมคติหรือโลกไร้เงินสดได้ หวังว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจมากขึ้นว่า ‘ การขุด’ คืออะไร รวมถึงบทบาทและความสำคัญของมันในการดำรงอยู่ของบิทคอยน์และสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

Bitcoin คืออะไร

Bitcoin อ่านว่าบิทคอยน์ คือสกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Bitcoin ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญเงินบาท Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆกลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆทั่วโลก โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์

อะไรทำให้ Bitcoin แตกต่างจากสกุลเงินทั่วๆไป

Bitcoin สามารถใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าออนไลน์ อาจคล้ายกับระบบซื้อขายผ่านอินเทอร์เนตทั่วๆไปที่ใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต

อย่างไรก็ตาม ความพิเศษของ Bitcoin ที่เป็นตัวช่วยให้มันเป็นที่นิยมคือมันถูกควบคุมแบบกระจาย (decentralize) กล่าวคือไม่มีสถาบันการเงินไหนสามารถควบคุมบิมคอยได้ ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนที่เลือกใช้ Bitcoin ส่วนใหญ่สบายใจเนื่องจากแม้แต่ธนาคารก็ไม่สามารถควบคุม Bitcoin ได้

ใครเป็นคนสร้าง Bitcoin

นักพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ผู้ใช้นามแฝงว่าซาโตชิ นาคาโมโตะเป็นผู้พัฒนา Bitcoin ขึ้นมาซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินที่อ้างอิงอยู่บนการถอดสมการคณิตศาสตร์ โดยจุดประสงค์ของเขาคือการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและธนาคาร, สามารถส่งหากันผ่านระบบอินเทอร์เนตและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมากๆ

ใครพิมพ์ Bitcoin

ไม่มีใครสามารถพิมพ์ Bitcoin ได้ เพราะมันเป็นสกุลเงินที่ไม่สามารถจับต้องได้เหมือนกับธนบัตรที่ถูกพิมพ์โดยรัฐบาล, ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้สอดคล้องกับจำนวนประชากร และมันมีกฏเกณฑ์ในตัวของมันเอง ในขณะที่ธนาคารกลางบางประเทศสามารถที่จะพิมพ์เงินได้เองเพื่อกู้วิกฤติหนี้แห่งชาติ หรือประกาศอ่อนค่าเงินของตัวเอง

แต่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นโดยเป็นเหมือนกับไฟล์คอมพิวเตอร์ โดยกลุ่มนักพัฒนาอิสระที่ใครๆก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ การจะผลิต Bitcoin ขึ้นมาได้นั้นต้องใช้วิธีการ “ขุด” โดยการใช้คอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนเครือข่ายที่จัดวางไว้ให้เท่านั้น

โดยเครือข่ายนี้ยังสามารถที่จะใช้เพื่อช่วยในการจัดการการโอนส่ง Bitcoin ให้กันได้ ซึ่งหากจะเรียกแล้ว มันก็คือเครือข่ายส่วนตัวของ Bitcoin นั่นเอง

ถ้างั้น Bitcoin ก็สามารถถูกสร้างขึ้นมาแบบมีจำกัดใช่หรือไม่

ใช่แล้ว ด้วยการมีอยู่ของระบบ Bitcoin โพรโตคอล ซึ่งเปรียบเสมือนกับผู้คุมกฏแห่งเครือข่าย Bitcoin ได้กล่าวไว้ว่า Bitcoin จะสามารถที่จะถูกผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่ 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้า Bitcoin พวกนี้สามารถที่จะถูกแบ่งออกเป็นจำนวนย่อยๆได้ (โดยหน่วยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin คิดเป็นหนึ่งร้อยล้านต่อ 1 Bitcoin โดยหน่วยนี้ถูกเรียกว่า “ ซาโตชิ” เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้สร้าง Bitcoin )

ราคา Bitcoin ถูกอ้างอิงจากอะไร

หน่วยเงินที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นมักจะถูกนำมาผูกติดกับราคาของทองหรือเงิน โดนทฤษฎีแล้ว ถ้าคุณเดินไปซื้อทองที่ร้านทองด้วยเงินบาท คุณก็จะได้ทองกลับบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน Bitcoin นั้นไม่ได้ถูกอ้างอิงกับทอง แต่ถูกอ้างอิงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์

ผู้คนทั่วโลกกำลังใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการถอดสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อผลิต Bitcoin โดยสูตรทางคณิตศาสตร์เหล่านี้มีอยู่ให้หาได้แบบไม่คิดเงิน ทำให้แม้แต่คุณก็สามารถเข้าไปตรวจเช็คได้แบบฟรีๆ

โดยซฟอต์แวร์ที่ว่านั้นเป็นระบบ open source แปลว่าทุกคนสามารถที่จะตรวจสอบความโปร่งใสได้

หากนึกถึง Bitcoin ควรจะนึกถึงอะไร

  1. มันใช้เทคโนโลยีการกระจาย เครือข่ายของ Bitcoin ไม่ได้ถูกควบคุมโดยศูนย์กลางที่ไหนหรือใครคนใดคนหนึ่ง เครื่องขุด Bitcoin ทุกๆเครื่องมีส่วนช่วยในการทำธุรกรรมในการจ่ายเงินของ Bitcoin และเครื่องขุดเหล่านี้ทำงานด้วยกันทั่วโลก ซึ่งแปลว่าในทางทฏษฎีแล้ว ทางรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจไม่สามารถที่จะเข้ามายึดหรือสั่งทำลายเครื่องขุด Bitcoin เพียงแค่เครื่องใดเครื่องหนึ่งเพื่อหวังให้ระบบเครือข่ายของ Bitcoin ล่มสลายได้ หรือแม้แต่พยายามที่จะยึดเอา Bitcoin มาเป็นของตัวเองแบบที่ธนาคารกลางแห่งยุโรปเคยพยายามลองทำมาแล้วที่ Cyprus ในปี 2020 แต่ก็ล้มเหลว ประเด็นคือถ้าอยากจะทำลาย Bitcoin ให้หมดไปจากโลกนี้ ทางรัฐบาลอาจต้องไล่ทำลายเครื่องขุด Bitcoin ที่มีกระจายไปอยู่ทั่วโลกนั่นเอง
  2. มันง่ายต่อการติดตั้ง ธนาคารส่วนใหญ่มักจะพยายามหลอกล่อและเชิญให้คุณมาเปิดบัญชีธนาคารที่มีขั้นตอนการเปิดที่ยุ่งยาก ลืมเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อการค้าขายแบบง่ายๆไปได้เลย ในขณะเดียวกันการเปิดใช้งานกระเป๋า Bitcoin สามารถที่จะทำได้ให้เสร็จได้ง่ายในระดับวินาที ไม่มีคำถามมาถามให้กวนใจ และไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
  3. มันไร้ตัวตน ซึ่งก็ใช่ เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถที่จะถือบัญชี Bitcoin ได้ทีละหลายๆบัญชี และบัญชีเหล่านั้นก็ไม่ได้มีชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของคุณมาเชื่อมกับมัน แต่ทว่า…
  4. มันโปร่งใสแบบ 100% รายละเอียดการเก็บ Bitcoin นั้นละเอียดในระดับถึงขั้นที่สามารถตรวจจับไปจนถึงการโอนครั้งแรกตั้งแต่มี Bitcoin มาเลยทีเดียว โดยสมุดบัญชีการโอนของ Bitcoin นั้นเราจะเรียกมันว่าบล็อกเชน ( Blockchain) โดยบล็อกเชนที่ว่านี้จะเปรียบเสมือนสมุดบัญชีธนาคารกลางที่สามารถบอกการเคลื่อนไหวของบัญชี Bitcoin ทั่วโลกถ้าหากคุณมีบัญชี Bitcoin ที่เคยใช้ส่งหรือรับ Bitcoin ละก็ ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาตรวจได้ว่าแต่ละบัญชีเคยมีการเคลื่อนไหวของจำนวน Bitcoin เข้าออกมาแล้วกี่ Bitcoin แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าอันไหนเป็นของคุณมีเทคนิคที่ผู้ใช้ Bitcoin บางคนนำมาแนะเพื่อเพิ่มความไร้ตัวตนให้คุณด้วยการไม่ใช้กระเป๋าเงิน Bitcoin ใบเดียวตลอดหลายๆครั้ง และการโอน Bitcoin ไปทีละเยอะๆกระจายๆไปทีละหลายๆกระเป๋า
  5. ค่าธรรมเนียมที่ต่ำติดดิน ธนาคารอาจจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกับคุณประมาณ 35-500 บาท แต่ Bitcoin ไม่
  6. การโอนที่รวดเร็วมาก คุณสามารถที่จะส่ง Bitcoin ไปหาใครก็ได้บนโลกนี้โดย Bitcoin ที่คุณส่งข้ามโลกไปหาอีกคนนั้น จะไปปรากฏที่กระเป๋าเงินของเขาในระดับนาที
  7. เรียกคืนไม่ได้ เมื่อ Bitcoin ของคุณถูกส่งออกไปนั้น มันจะไม่มีวันกลับมาหาคุณอีก หรือนอกจากผู้ได้รับจะส่งมันกลับคืนมาหาคุณ

สรุปคือ Bitcoin นั้นมีข้อดีที่มากอยู่พอสมควรในทางทฤษฎี แต่มันทำงานอย่างไรล่ะ ลองอ่านบทความนี้ดูเกี่ยวกับวิธีการที่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการส่ง Bitcoin กันเกิดขึ้นรวมไปถึงวิธีที่เครือข่าย Bitcoin ทำงาน

สถานที่ๆคุณสามารถซื้อ Bitcoin ได้ในไทย

ปัจจุบัน ตลาดการแลกเปลี่ยน Bitcoin ในประเทศไทยเริ่มบูมมากขึ้น และมีผู้ให้บริการหลายๆที่เปิดตัวกันมามากขึ้น ทำให้ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคนั้นก็มีเยอะขึ้นตาม ทางสยามบล็อกเชนได้วิเคราะห์ประเภทของเว็บแลกเปลี่ยน Bitcoin ในประเทศไทย และวิธีการเลือกดูผู้ให้บริการซื้อขาย Bitcoin ในไทยแบบครบถ้วน ที่นี่

อธิบายการลดรางวัลการขุด Bitcoin ลงครึ่งหนึ่ง

1. การลดรางวัลการขุด Bitcoin ลงครึ่งหนึ่งคืออะไร? เหตุการณ์ที่ลดอัตราการสร้าง Bitcoin ใหม่ลงครึ่งหนึ่ง มันเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี

อย่างที่ทราบกันดีว่าอุปทานของ Bitcoin (BTC) นั้นมีจำกัด เมื่อขุดได้ถึง 21 ล้านเหรียญเครือข่ายจะหยุดการผลิตเพิ่มเติม นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ Bitcoin ถูกเรียกว่า “ ทองคำดิจิทัล ” เช่นเดียวกับโลหะสีเหลืองที่มีจำนวนจำกัด

ตอนนี้มียอดขายประมาณ 18 ล้าน BTC ซึ่งประมาณ 85% ของมูลค่ารวมทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว เหตุผลคือโปรโทคอลซึ่งถูกใส่รหัสลงในบล็อคเชน (Blockchain) ตั้งแต่เริ่มต้น : บล็อค 210,000 บล็อค ซึ่งเราเรียกว่าการลดรางวัลการขุด Bitcoin ลงครึ่งหนึ่งหรือ “ halvening” และการผลิตเหรียญใหม่จะยากกว่าเดิม เช่นเดียวกับการขุดทองจะกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายเมื่อเวลาผ่านไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรโทคอลตัดบล็อครางวัลครึ่งหนึ่ง ดังนั้นทุกครั้งที่มีการหยุดให้บริการของ Bitcoin ผู้ขุดเริ่มได้รับ BTC น้อยลง 50%

2. ” บล็อครางวัล ” คืออะไร ?

กล่าวโดยย่อว่าจำนวน BTC ที่นักขุดได้รับสำหรับทุก ๆ บล็อคใหม่ที่เพิ่มเข้าไปในบล็อคเชน

เพื่ออธิบายแนวคิดนี้ในเชิงลึกยิ่งขึ้นลองย้อนกลับไปที่รากของ Bitcoin – Blockchain ในแง่พื้นฐานที่สุดบล็อคเชนคือบัญชีแยกประเภทดิจิทัลที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมในบล็อคที่มีขนาดประมาณ 1 MB ตัวอย่างเช่นเมื่อบุคคล A ส่ง Bitcoin ให้กับบุคคล B ธุรกรรมนี้จะถูกจัดเก็บในบล็อคพร้อมกับธุรกรรมอื่น ๆ อีกประมาณ 500 รายการที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

รางวัลบล็อคคือจำนวนของเงินดิจิทัลที่ได้รับเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จในการตรวจสอบ / เหมืองบล็อคใหม่ โดยการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนสูงด้วยฮาร์ดแวร์การทำเหมืองของพวกเขา มันเป็นรางวัลสำหรับการทำงานหนักของพวกเขานั่นเอง

3. เหล่านักขุดจะได้รับ Bitcoin มากน้อยเพียงใดหลังจากลดรางวัลการขุดครั้งถัดไป ?

ทุกบล็อคใหม่จะผลิต 6.25 BTC เมื่อเริ่มต้นรางวัลเป็น 8 แปดเท่า

เมื่อ Bitcoin เปิดตัวในปี 2009 คนงานเหมืองได้รับ 50 BTC ต่อบล็อค ดังนั้นจึงมีการสร้าง BTC รวมทั้งสิ้น 10,500,000 BTC ก่อนที่การลดรางวัลการขุดครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2020 ผู้ขุดเริ่มได้รับ 25 BTC สำหรับแต่ละบล็อค

อาจดูเหมือนโบนัสที่มากเกินไป ( มากกว่า 365,000 เหรียญสหรัฐต่อบล็อคตามมูลค่าปัจจุบัน ) แต่เครือข่ายเพิ่งเริ่มพัฒนาในเวลานั้นและไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าคนจะหาแนวคิดที่มีการลงทุนพลังการประมวลผลคอมพิวเตอร์ของพวกเขาไปยัง Bitcoin Blockchain เพื่อให้มันยังคงมีอยู่

ข้อเท็จจริงอีกประการที่ต้องคำนึงถึงคือราคาตลาดที่สูงตลอดเวลาสำหรับช่วงเวลานั้นคือ 31 เหรียญสหรัฐต่อ 1 BTC ในเดือนมิถุนายน 2020 แต่ “ ฟองสบู่ ” ระเบิดในภายหลังและราคา Bitcoin กลับไปที่ 2 เหรียญสหรัฐก่อนสิ้นปี อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดการขุดก็ยังให้ผลกำไรแก่ผู้ขุดในช่วงต้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักวิจารณ์ Bitcoin เรียกมันว่าโครงการ Ponzi

4. การลดรางวัลการขุด Bitcoin ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไร ?

สัปดาห์เริ่มตั้งแต่ 18 พฤษภาคม 2020 ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพปัจจุบัน แต่อาจเป็น 14 พฤษภาคม

ยังไม่แน่นอน 100% เนื่องจากเวลาที่ใช้ในการสร้างบล็อคใหม่อาจเร็วขึ้นหรือช้าลง โดยเฉลี่ยเครือข่ายสร้างหนึ่งบล็อคทุก ๆ 10 นาที

การลดรางวัลการขุดลงครึ่งหนึ่งครั้งสุดท้ายคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2140 เนื่องจาก BTC ที่ 21 ล้านได้ถูกขุด เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นผู้ปฏิบัติจะหยุดรับรางวัลบล็อค แต่จะเก็บแหล่งรายได้ที่เหลืออยู่ซึ่งนั่นคือค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมที่พวกเขาเรียกเก็บ

5. คนงานเหมือง Bitcoin จะยังสนใจอยู่หรือไม่ ?

ณ จุดนี้การขุด Bitcoin ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bitmain บริษัทในประเทศจีนที่มีมูลค่าการขุด 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 Bitmain ตรวจสอบบล็อคที่มีเครื่องนับพัน เสียงดังทรงพลัง และใช้พลังงานสูง แอปพลิเคชั่นเฉพาะเครื่องขุดวงจรรวมซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับการตั้งค่าพื้นฐานที่บุคคลอื่นใช้

เมื่อรางวัลบล็อคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แท่นขุดที่แทบจะไม่ครอบคลุมต้นทุนการผลิตจะถูกบังคับให้ออกจากตลาด จะยังคงมีบริษัทที่เต็มใจที่จะขุด Bitcoin ในอัตราที่ลดลง แต่ตลาดอาจกระจายอำนาจได้น้อยลงตามผล วิธีการใหม่และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการขุด BTC อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมได้

6. ราคา Bitcoin จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?

โดยพื้นฐานแล้ว Bitcoin ที่ลดลงครึ่งหนึ่งทำให้อุปทานของ BTC ลดลง สินทรัพย์ขาดแคลนมากขึ้น หากมีความต้องการราคาก็น่าจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2020 ซึ่งเป็นวันแรกที่ Bitcoin ลดลง ราคาของคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) เพิ่มขึ้นจาก 11 เป็น 12 เหรียญสหรัฐและยังคงเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตลอดปีหน้าจนถึง 1,038 เหรียญสหรัฐในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2020

ประมา 4 ปีต่อมา 1 เดือนก่อนที่จะหยุดลดรางวัลการขุด Bitcoin ลงครึ่งหนึ่ง ราคาของ Bitcoin เริ่มเป็นไปตามรูปแบบที่คล้ายกันและเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 576 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนมาเป็น 650 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 ซึ่งเป็นวันที่บล็อคการขุดลดลงครึ่งหนึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสินทรัพย์ และนั่นทำให้ราคา BTC ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีความปั่นป่วนเป็นครั้งคราว มีการซื้อขายที่ 2,526 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2020

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รายได้ออนไลน์
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: