สัญญาณการเทรด bullish และ bearish divergence

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

สัญญาณการเทรด Bullish และ Bearish Divergence

โดยปกติแล้ว, คุณจะมองหาข้อมูลระหว่าง indicator และ price action เพื่อทำการตัดสินใจ หนึ่งในสัญญาณการเทรดที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่รวมการวิเคราะห์ price action กับการใช้อินดิเคเตอร์ที่เป็น สัญญาณ Divergence forex, และนั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจจะพูดคุยในบทความนี้

Bullish Divergence คือ – Bearish Divergence คือ

Bullish divergences คือ, ในสาระสำคัญ, ตรงข้ามกับสัญญาณ bearish ถึงแม้มีความง่ายในการใช้งาน และความสามารถในการให้ข้อมูลทั่วไป, แนวโน้ม การเทรด oscillators ก็มักจะถูกเข้าใจผิดในอุตสาหกรรมการเทรด forex เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโมเมนตัม ในระดับพื้นฐานส่วนใหญ่, โมเมนตัมเป็นวิธีการประเมินระดับความสัมพันธ์ของความโลภหรือความกลัวในตลาด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

Oscillators มีการใช้มากที่สุด และออก สัญญาณการเทรด ที่ถูกต้องที่สุด เมื่อการอ่านค่าแตกต่างไปจากราคา bullish divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาร่วงลงไปที่ ระดับต่ำสุดใหม่ ขณะที่ oscillator ไม่สามารถทำระดับต่ำสุดใหม่ได้ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดหมีกำลังสูญเสียกำลัง, และตลาดกระทิงพร้อมที่จะควบคุมตลาดอีกครั้ง – บ่อยครั้งที่ bullish divergence จะเป็นจุดสิ้นสุดของแนวโน้มขาลง

Bearish divergences ให้สัญญาณความเป็นไปได้ในการเกิดแนวโน้มขาลง เมื่อราคาปรับตัวระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ oscillator ไม่สามารถขึ้นไปจุดสูงสุดใหม่ได้ ในสถานการณ์นี้, ตลาดกระทิงกำลังสูญเสียการครอบครองบน ตลาด forex, ราคากำลังสูงขึ้นเพียงเพราะความเฉื่อย, และตลาดหมีก็พร้อมที่จะเข้าควบคุมอีกครั้ง

คุณสามารถทดสอบสัญญาณการเทรดของ bullish และ bearish divergence โดยการเขียน Expert Advisor ใน Robo-Advisor 007 (ทดลองใช้ฟรี 14วัน)

Divergence แปลว่า

Divergences forex, ไม่ว่าจะเป็น bullish หรือ bearish, ได้รับการจำแนกตามระดับความแข็งแกร่ง divergences ที่แข็งแรงที่สุดคือ Class A divergences; ความแข็งแกร่งน้อยลงคือ Class B divergences; และ divergences ที่อ่อนแรงที่สุดคือ Class C โอกาสในการเทรดที่ดีที่สุดคือ Class A divergences, ขณะที่ Class B และ C divergences เป็นตัวแทนของ price action ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโดยทั่วไปควรละเว้น

Class A bearish divergencesเกิดขึ้นเมื่อราคาขึ้นไปที่ระดับสูงสุดใหม่ แต่ oscillator สามารถเพียงไประดับสูงสุดที่ต่ำกว่าครั้งก่อน Class A bearish divergences มักจะส่งสัญญาณที่ชัดเจน และมีนัยสำคัญไปสู่แนวโน้มขาลง Class A bullish divergences เกิดขึ้นเมื่อราคาทำระดับราคาต่ำสุดใหม่ แต่ oscillator มาที่จุดต่ำที่สูงกว่าช่วงก่อนหน้านี้ Class A bullish divergences มักเป็นสัญญาณที่ดีที่สุด

Class B bearish divergences จะแสดงโดยราคาที่ทำจุดสูงสุดซ้ำกันสองครั้ง double top, ตามด้วย oscillator ที่ต่ำกว่าของจุดบนสุดครั้งที่สอง Class B bullish divergences เกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดต่ำซ้ำกันสองครั้ง double bottom, ด้วย oscillator ที่สูงกว่าจุดต่ำสุดครั้งที่สอง

Class C bearish divergences เกิดขึ้นเมื่อราคาขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ แต่ indicator หยุดที่ระดับเดิมระหว่างระดับที่ผ่านมา Class C bullish divergences เกิดขึ้นเมื่อราคาร่วงลงไปที่ระดับต่ำสุดใหม่ ขณะที่ indicator ทำจุดต่ำสุดซ้ำกันสองครั้ง Class C divergences บ่งบอกถึงความซบเซาของตลาดส่วนใหญ่ – bulls หรือ bears ไม่แข็งแรง หรืออ่อนแรง

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวอย่างของ Bullish และ Bearish Divergences

ด้วยการ divergences, นักเทรดจะระบุจุดที่ค่อนข้างแม่นยำ ซึ่งโมเมนตัมของตลาดคาดว่าจะเปลี่ยนทิศทาง แต่นอกเหนือจากช่วงเวลาที่แน่นอนนั้น, คุณจะต้องมั่นใจความเร็วที่คุณจะเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโมเมนตัมนั้น แนวโน้มตลาดสามารถเพิ่มระดับความเร็ว, ช้าลง หรือ คงที่ indicator ตัวนำที่คุณสามารถใช้ในการยืนยันความเร็วนั้นคือ:

Stochastic Divergence คือ

Momentum oscillators โดยทั่วไปเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกับราคา อย่างไรก็ตาม, เนื่องจาก momentum oscillators เป็นตัววัดที่ไม่ใช่เพียง แต่ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงราคา แต่ยังรวมถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา, ทิศทางจะแตกต่างจากทิศทางของราคาของสินทรัพย์เมื่ออัตราการเปลี่ยนแปลงช้าลง กล่าวอีกนัยหนึ่ง, เมื่อราคาเคลื่อนไหวสูงขึ้นหรือต่ำลง, ดังนั้นควรใช้ oscillator อย่างไรก็ตาม, เมื่อความเร็วของแนวโน้มนั้นช้าลงทิศทางของ oscillator จะเริ่มเบี่ยงเบนจากราคา ซึ่ง stochastic divergences นั้น สามารถเป็น indicators ตัวนำการกลับตัวของแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ ตัวอย่าง, โมเมนตัมที่กำลังช้าลง, ซึ่งมีผลจาก divergences เหล่านี้, ซึ่งแนะนำว่าแนวโน้มการกลับตัวกำลังจะมา

คำอธิบายของ bullish stochastic divergence:

  • เส้น A และ A1: นี่คือตัวอย่างของการที่ oscillator เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับราคา, ในกรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงโมเมนตัมขาลงที่เหมือนกัน
  • เส้น A และ A2: แม้ว่า USDCAD จะเคลื่อนไหวต่ำลง แต่ A2 ก็แสดงให้เห็นว่า stochastic oscillator แนะนำว่ากำลังจะมีการกลับตัว, เนื่องจากมันสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของโมเมนตัมเชิงบวก (หรือค่อยๆออกจาก bearish momentum) อีกนัยหนึ่งคือ, ราคาปัจจุบันสูงกว่าที่ผ่านมา, ดังนั้นขาขึ้นใน stochastic นั้นบอกว่ากำลังเป็นเป็นแนวโน้มขาขึ้น
  • เส้น B และ B2: อีกครั้ง, ขณะที่ USDCAD เคลื่อนที่สูงกว่าเดิม, โมเมนตัมของการเคลื่อนที่อ่อนแรงลงในช่วงวันนั้น; ดังนั้นในขณะที่ทั้งคู่ยังคงเคลื่อนไหวที่สูงขึ้น Stochastic เริ่มมีแนวโน้มลดลงโดยคาดการณ์ว่ากำลังจะกลับตัว

RSI Divergence คือ

สัญญา Divergences forex จุดกลับตัวที่เป็นไปได้ เนื่องจากทิศทางของโมเมนตัมไม่ได้ยืนยันราคา A bullish RSI divergence จะเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ที่กำหนดทำระดับต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่ผ่านมา และ RSI ทำระดับสูงกว่าระดับต่ำสุดที่ผ่านมา RSI ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นระดับต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่ผ่านมา และแสดงโมเมนตัมที่กำลังแข็งแรง A bearish RSI divergence จะก่อตัวเมื่อสินทรัพย์ทำระดับสูงกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา และ RSI ทำระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา RSI ไม่ได้ยืนยันในการทำระดับสูงใหม่ และแสดงว่าโมเมนตัมกำลังอ่อนแรง กราฟด้านล่างแสดงการ bearish divergence ในเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ราคาหุ้นเคลื่อนที่ทำระดับสูงสุดใหม่ในเดือนกันยายน-เดือนตุลาคม, แต่ RSI ทำระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา สำหรับ bearish divergence การทะลุราคาที่ตามมาในกลางเดือนตุลาคมเป็นการยืนยันโมเมนตัมที่กำลังอ่อนแรงลง

A bullish divergence ก่อตัวในเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ซึ่ง bullish divergence ที่ก่อตัวขึ้นมากด้วย eBay เคลื่อนที่ไปยังระดับต่ำสุดใหม่ ในเดือนมีนาคม และ RSI ยังอยู่เหนือระดับต่ำสุดที่ผ่านมา RSI สะท้อนให้เห็นโมเมนตัมขาลงที่น้อยลงในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ในกลางเดือนมีนาคมเกิดการทะลุราคาเป็นการยืนยันโมเมนตัม แนวโน้ม divergence ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อก่อตัวหลังจากการ overbought หรือ oversold

ก่อนที่จะตื่นเต้นเกินไปเกี่ยวกับสัญญาณการสัญญาณการเทรด divergence ที่ยอดเยี่ยมนั้น, จะต้องจำไว้ว่า divergence อาจจะผิดพลาดในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ซึ่งในแนวโน้มที่แข็งแกร่งสามารถแสดง bearish divergences ก่อนที่จะทำจุดสูงสุดที่จะเกิดขึ้นจริง ตรงกันข้าม, bullish divergences สามารถปรากฎในแนวโน้มขาลงที่แข็งแรง – และยังไปต่อได้ในแนวโน้วขาลง กราฟด้านล่างแสดง S&P 500 stock index ด้วย bearish divergences สามครั้ง และไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น ซึ่ง bearish divergences เหล่านี้ อาจจะมีการเตือนของการดึงกลับราคาในระยะสั้น, แต่มีความชัดเจว่าไม่ใช่แนวโน้มการกลับตัวหลัก

MACD Divergence คือ

Divergences ก่อตัวจากความแตกต่างของ MACD จาก price action ของสินทรัพย์ที่กำหนด bullish MACD divergence ก่อตัวเมื่อสินทรัพย์ทำระดับต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่ผ่านมา และ MACD ทำระดับสูงกว่าระดับต่ำสุดที่ผ่านมา ระดับต่ำกว่าระดับต่ำที่ผ่านมาในสินทรัพย์ยืนยันแนวโน้มขาลงในปัจจุบัน, แต่ระดับสูงกว่าระดับต่ำที่ผ่านมาของ MACD แสดงให้เห็นถึงโมเมนต่ำขาลงที่ลดน้อยลง แม้จะมีการลดลง, โมเมนตัมขาลงยังคงแซงหน้าโมเมนตัมขาขึ้นตราบใดที่ MACD ยังคงอยุ่ในแนวลบ โมเมนตัมขาลงที่ช้าลง บางครั้งสามารถทำนายแนวโน้มการกลับตัว

A bearish MACD divergence ก่อตัวเมื่อสินทรัพย์แสดงระดับสูงกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา และ เส้น MACD ทำระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา ระดับสูงกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมาในสินทรัพย์ปกติสำหรับแนวโน้มขาขึ้น, แต่ระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมาใน MACD ที่แสดงโมเมนตัมขาขี้นที่ลดลง ถึงแม้โมเมนตัมขาขึ้นอาจจะลดลง, โมเมนตัมขาขึ้นยังแซงหน้าโมเมนตัมขาลงตราบใดที่ MACD ยังคงเป็นบวก โมเมนตัมขาขึ้นบางครั้งสามารถทำนายแนวโน้มการกลับตัวได้

A bearish divergence ก่อตัวเมื่อสินทรัพย์แสดงระดับสูงกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา และ เส้น MACD แสดงระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมา ระดับสูงกว่าระดับสูงสุดที่ผ่านมาในสินทรัพย์เป็นเรื่องปกติสำหรับแนวโน้มขาขึ้น, แต่ระดับต่ำกว่าระดับสุงสุดที่ผ่านมาใน MACD แสดงโมเมนตัมขาขึ้นที่ลดระดับลง ถึงแม้โมเมนตัมขาขึ้นอาจจะลดระดับลง, โมเมนตัมขาขึ้นยังคงแซงหน้าโมเมนตัมขาลงตราบใดที่ MACD เป็นบวก โมเมนตัมขาขึ้นบางครั้งสามารถทำนายแนวโน้มการกลับตัวได้

Divergence ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ซึ่ง Bearish divergences เป็นเรื่องธรรมดาในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง, ขณะที่ bullish divergences เกิดขึ้นได้บ่อยในแนวโน้มขาลงที่แข็งแรง ใช่, คุณอ่านถูกต้องแล้ว แนวโน้มขาขึ้นมักเริ่มด้วยแนวโน้มที่แข็งแกร่งก่อนหน้าที่ก่อให้เกิดโมเมนตัมขาขึ้น (MACD) ถึงแม้ว่าแนวโน้มขาขึ้นจะไปต่อ, มันก็จะไปต่อแบบช้าลง เนื่องจาก MACD ลดลงจากระดับสูงสุด โมเมนตัมขาขึ้นอาจจะไม่แข็งแกร่ง, แต่มันจะไปต่อแบบแซงหน้าโมเมนตัมขาลง ตราบใดที่เส้น MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ การเกิดขึ้นตรงกันข้ามที่จุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาลงที่แข็งแรง

ทำความเข้าใจ divergence ในการเทรดนั้นสำคัญ, แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ, MetaTrader 5 platform ให้คุณใช้เครื่องมือ Oscillators และผู้สอนของเราสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับคุณ เริ่มเล่นใน บัญชีทดลอง forex และสังเกตวิธีที่รูปแบบ Stochastic, RSI และ MACD divergence สามารถทำเงินให้คุณได้อย่างจริงจัง

คุณสามารถทดสอบสัญญาณการเทรดของ bearish และ bullish divergence ด้วยการเขียน EA Forex ด้วย Expert Advisor Generator ของเรา (ทดลองใช้ฟรี 14วัน)

เขียน ea forex ด้วยตัวคุณเอง เพียงไม่กี่คลิก – โปรแกรมช่วยเขียน EA Forex

Bullish Divergence และ Bearish Divergence คืออะไร? วิธีทำกำไร Forex

เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่เป็นนักวิเคราะห์กราฟราคาด้วยปัจจัยทางเทคนิค และเทรดเดอร์ในตลาด Forex ที่วิเคราะห์กราฟด้วยปัจจัยทางเทคนิคนั้น จะนำเอาอินดิเคเตอร์ (Indicators) เข้ามาเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งการทำกำไรและการให้สัญญาณเข้าซื้อนั้นจะแตกต่างออกจากกันไปในแต่ละอินดิเคเตอร์ (Indicators) แต่มีสัญญาณการเข้าซื้อหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะถ้าหากว่าเกิดสัญญาณนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะวิเคราะห์ด้วยอินดิเคเตอร์ (Indicators) ตัวใด ก็สามารถเข้าซื้อด้วยสัญญาณเดียวกันนี้ได้ สัญญาณการเข้าซื้อตัวนั้นคือ “Divergence

Divergence คืออะไร

Divergence คือ การขัดแย้งกันระหว่างกราฟราคาและอินดิเคเตอร์ (Indicators) คือราคาเคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง อินดิเคเตอร์ (Indicators) เคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง หากพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า ราคามีการเคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง ส่วนอินดิเคเตอร์ (Indicators) ได้เคลื่อนที่ไปยังอีกทิศทางหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับกราฟราคา

Divergence แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

Divergence ขาขึ้น (Bullish Divergence)

Divergence ขาขึ้น (Bullish Divergence) คือ Divergence ที่เกิดแล้วราคาจะมีการปรับตัวขึ้น โดยปกติแล้วหากพบว่ามี Divergence ขาขึ้น หรือ Bullish Divergence เกิดขึ้นมา เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดออร์เดอร์ Buy ในทันที เพราะคาดการณ์ว่าราคากำลังจะมีการปรับตัวขึ้นในเร็วๆนี้

Divergence ขาลง (Bearish Divergence)

Divergence ขาลง (Bearish Divergence) คือ Divergence ที่เกิดแล้วราคาจะมีการปรับตัวลง โดยปกติแล้วหากพบว่ามี Divergence ขาลง หรือ Bearish Divergence เกิดขึ้นมา เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดออร์เดอร์ Sell ในทันที เพราะคาดการณ์ว่าราคากำลังจะมีการปรับตัวลงในเร็วๆนี้

โดยอินดิเคเตอร์ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการหา Divergence คือ Stochastic, RSI และ MACD และ Divergence เป็นสัญญาณซื้อขายที่ค่อนข้างแม่นยำ จึงเป็นที่ชื่อชอบของเทรดเดอร์หลายคน

การเกิด Divergence (ความขัดแย้ง)

ปกติแล้วคุณสามารถจะทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องเองด้วยการเทรดด้วย Divergence และข้อดีของ Divergence คือ คุณแทบจะซื้อได้ในราคาต่ำสุดของเทรนด์ขาขึ้นและSell ได้สูงสุดของเทรนด์ขาลง ซึ่งทำให้คุณลดความเสี่ยงลงไปได้มากและทำให้คุณได้กำไรมากเช่นกัน แต่ก่อนที่คุณจะนำไปใช้คุณจะต้องรู้เกี่ยวกับการเกิดของDivergence กันเสียก่อน

การเกิด Divergence มี 2 ประเภท ได้แก่
Divergence ปกติ
Divergence ปกติจะใช้ในการบอกว่าอาจจะมีสัญญาณการกลับตัวของเทรนด์เกิดขึ้น ถ้าราคาเกิดรูปแบบ Lower lows (LL), แต่ว่าตัว oscillator เกิด higher lows (HL) เราเรียกลักษณะการเกิดแบบนี้ว่า regular bullish divergence หรือว่าการเกิด Divergence ขาขึ้นแบบปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการจบเทรนด์ขาลงหรือหลังจากที่มีการเกิดรูป Double bottom ที่สองขึ้นมา ถ้า Oscillator ทำท่าเหมือนจะเกิดราคาต่ำกว่าเดิม (New Low) แต่ว่าทิศทางราคาทำท่าเหมือนว่าจะขึ้นและโมเมนตัมของราคาก็ดูเหมือนจะขยับไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้ถ้าราคาได้เกิด Higher high (HH) แต่ว่าตัวoscillator กลับเกิด Lower high (LH) คุณก็จะได้สัญญาณ regular bearish divergence หรือDivergence ขาลงแบบปกติ Divergence ลักษณะนี้สามารถพบได้ในขาขึ้นหรือหลังจากที่ราคาเกิดราคาสูงสุดครั้งใหม่ ถ้าตัว Oscillator เกิด Lower High คุณอาจจะคาดได้ว่าราคากำลังจะเกิดจุดกลับตัวและร่วงลงมา การเกิด Divergence แบบปกติเหมาะสำหรับการเข้าออร์เดอร์ในจุดที่ต่ำสุดหรือสูงสุด ซึ่งคุณจะใช้ในการมองว่าจุดไหนจะเป็นจุดกลับตัว ส่วนตัวสัญญาณ Oscillator นั้น ถ้ามันเริ่มที่จะมีการ Divergence แล้ว ถึงแม้พฤติกรรมของราคายังจะเกิด higher high (or lower low) นั่นหมายความว่าเทรนด์จะไม่ยั่งยืนอีกต่อไป

Divergence แฝง
ตัว Divergence นั้นนอกจากจะให้สัญญาณจุดกลับตัวแล้วยังใช้ในการบอกสัญญาณว่าจะเกิดเทรนด์ ต่อเนื่องหรือไม่ด้วย และจำไว้อยู่เสมอว่าเทรนด์เป็นเสมือนเพื่อนของคุณ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้ สัญญาณว่าจะเกิดเทรนด์อย่างต่อเนื่อง คุณก็ควรจะรู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับมัน
Hidden bullish divergence หรือ divergence ขาลงแบบแฝง เกิดขึ้นเมื่อราคาได้เกิด higher low (HL) (การปิดสูงกว่าราคา Low) แต่ว่าตัว oscillator กลับให้สัญญาณ lower low (LL) สัญญาณนี้หมายความว่าค่าเงินนั้นกำลังจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น เมื่อราคาเกิด Higher low ให้จับตาดูว่าถ้าตัว oscillator มีความเคลื่อนไหวคล้ายกัน แต่ถ้าตัว Oscillator ไม่ได้เกิดสัญญาณ lower low คุณก็จะได้สัญญาณ hidden divergence หรือสัญญาณ Divergence แฝงมา ซึ่งรูปแบบนี้จะเกิดเมื่อตลาดให้สัญญาณ lower high (LH) แต่ตัว oscillator กำลังทำรูปแบบ higher high (HH) คุณอาจจะคิดว่าเป็นรูปแบบของเทรนด์ขาลง เมื่อคุณเจอรูปแบบ Hidden bearish divergence โดยมันจะหมายความว่า โอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่องนั้นจะเป็นไปได้สูง

นอกจากนี้ถ้าคุณเล่นแบบ Trend follower (เทรดตามเทรนด์) คุณควรจะใช้เวลาในการศึกษารูปแบบ hidden divergence นี้บ้าง ถ้าคุณเอาใจใส่มัน บางทีมันอาจจะช่วยคุณเข้าเทรนด์ในช่วงที่กำลังเกิดเทรนด์ได้ ซึ่งตอนนี้คุณรู้เกี่ยวกับ regular (แบบปกติ) และ hidden(แบบแฝง) divergence เราหวังว่าคุณจะได้กำไรจาก Divergence และจงจำไว้เสมอว่า regular divergences เป็นสัญญาณว่าอาจจะเกิดจุดกลับเทรนด์ขณะที่ hidden divergences เป็นสัญญาณว่าเทรนด์จะยังคงมีต่อไป

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รายได้ออนไลน์
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: