ที่กำหนดเองอรุณขึ้น & DN – ตัวบ่งชี้สำหรับ MetaTrader 4

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ที่กำหนดเองอรุณขึ้น & DN – ตัวบ่งชี้สำหรับ MetaTrader 4

แนวคิด (Main Idea)

วัฒนธรรมองค์การเป็นรากฐานที่กำหนดทัศนคติ แนวคิด พฤติกรรมในการทำงาน เป็นแบบแผนที่เป็นเอกภาพและเป็นเอกลักษณ์ขององค์การ เป็นเสมือนแกนกลางของทุกสิ่งทุกอย่างในการดำเนินงานของมนุษย์ในองค์การและเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จ

สมรรถนะย่อย (Element of Competency)

กอร์ (Gordon, 1999 :342) กล่าวว่า วัฒนธรรมองค์การ คือ สิ่งที่อธิบายสภาพแวดล้อมภายใน องค์การที่รวมเอาข้อสมมุติ ความเชื่อ และค่านิยมที่สมาชิกขององค์การมีร่วมกันและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างอย่างเป็นทางการในการกำหนดรูปแบบพฤติกรรม

วิรัช สงวนวงศ์วาน (2547 : 20) กล่าวคือ วัฒนธรรมองค์การ คือ ค่านิยมและความเชื่อที่มีร่วมกันอย่างเป็นระบบที่เกิดขึ้นในองค์การ และใช้เป็นแนวทางในการกำหนดพฤติกรรมของคนในองค์การนั้นวัฒนธรรมองค์การจึงเป็นเสมือน “ บุคลิกภาพ” หรือ “ จิตวิญญาณ” ขององค์การ

สุนทร วงศ์ไวศยวรรณ ( 2540 : 11) กล่าวว่า วัฒนธรรมองค์การ หมายถึง สิ่งต่างๆ อันประกอบด้วยสิ่งประดิษฐ์ แบบแผนพฤติกรรม บรรทัดฐาน ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์ ความเข้าใจ และข้อสมมุติพื้นฐานของคนจำนวนหนึ่งหรือส่วนใหญ่ภายในองค์การ

พร ภิเศก (2546 :27) สรุปได้ว่า วัฒนธรรมองค์การ คือ กลุ่มของค่านิยมร่วมที่ได้รับการยอมรับในกลุ่ม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของสมาชิก และช่วยให้สมาชิกในองค์การเข้าใจว่าการปฏิบัติใดที่ได้รับการพิจารณาว่ายอมรับได้ เกิดแนวการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา อีกทั้งค่านิยมเหล่านี้มักจะถูกถ่ายทอดผ่านทางเรื่องราว และสื่อทางสัญลักษณ์ต่างๆ

วัฒนธรรมองค์การ (Moorhead & Griffin,1995 :440) หมายถึง การแสดงให้เห็นถึงค่านิยม ความรู้ ความคิด ศีลธรรม ประเพณี เทคโนโลยี ตลอดจนสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ความเชื่อถือศรัทธาร่วมกันของสมาชิกภายในองค์การนั้นๆ และทั้งแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ปรัชญา ตำนาน นิยาย เรื่องราว และภาษาพิเศษ ฯลฯ

สรุป วัฒนธรรมองค์การ (Organizational Culture) หรือ วัฒนธรรมบริษัท (Corporate Culture)

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

หมายถึง แนวทางที่ยึดถือปฏิบัติกันในองค์การ ซึ่งวัฒนธรรมองค์การจะมีอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของสมาชิกในองค์การ หรือหมายถึงโครงร่างเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ (Cognitive Framework ซึ่งจะมีลักษณะดังนี้

3.1 บ่งชี้ถึงกลุ่มของค่านิยม (Set of Values)

บ่งชี้ถึงกลุ่มของค่านิยม ซึ่งบุคคลที่อยู่ในองค์การนั้นยึดถือร่วมกัน ค่านิยมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เพื่อตัดสินว่า พฤติกรรมใดเป็นสิ่งที่ดีและสามารถยอมรับได้ พฤติกรรมใดบ้างที่ไม่ดี และไม่อาจยอมรับได้ ตัวอย่างเช่น ในบ้างองค์การยึดถือค่านิยมว่า “ การตำหนิลูกค้าไม่ว่ากรณีใดเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้” ดังนั้นถึงมักพบข้อความที่เขียน เพื่อเตือนใจพนักงานขององค์การให้ปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นกฎ 2 ข้อ

1. The customer is always right.

2. lf the customer is ever wrong go back to see rule #1.

องค์การต่างๆ อาจมีค่านิยมเชิงลบหรือเชิงบวกในการปฏิบัติงานก็ได้ เช่น เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมักจะโยนความผิดไปให้ลูกค้า การลงโทษพนักงานทุกกรณีที่ทำผิดหรือการปฏิบัติต่อพนักงานในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่า (Valuable Assets) สูงสุดขององค์การ เป็นต้น ในแต่ละกรณีดังกล่าว ค่านิยมจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้สมาชิกองค์การรู้ว่า ตนควรปฏิบัติอย่างไร ในองค์การนั้น

3.1.2 ค่านิยมขององค์การส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่เกิดมาจากข้อสมมุติพื้นฐาน (Basic Assumption) ของพนักงานในบริษัทร่วมกัน

จึงเป็นเรื่องยากถ้าจะให้ฝ่ายบริษัทเองกำหนดข้อสมมุติเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อและค่านิยมส่วนบุคคลของพนักงาน ด้วยเหตุนี้ วัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งและมีพลังของหน่วยงานใดๆควรสะท้อนถึงค่านิยมและความเชื่อของพนักงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามองค์การบางแห่งได้พยายามระบุค่านิยมที่จำเป็นบางประการขึ้น เพื่อให้กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์การโดยผ่านกระบวนการฝึกอบรมให้แก่พนักงาน

ตัวอย่าง เช่น สัญลักษณ์กากบาทสีแดงบนพื้นสีขาว เป็นเครื่องหมายแทนองค์การกาชาด ซึ่งแสดงค่านิยมเรื่องความเมตตากรุณา หรือสัญลักษณ์ช่อใบมะกอก (ใบโอลีฟ) ภายใต้แผนที่โลกเป็นเครื่องหมายขององค์การสหประชาชาติ แสดงถึงค่านิยมด้านการรักษาสันติภาพของโลก เป็นต้น บริษัทและองค์การส่วนใหญ่จะพยายามสร้างตราสัญลักษณ์ที่แฝงด้วยค่านิยมหรือวัฒนธรรมองค์การของตนนอกจากสัญลักษณ์แล้ว คำขวัญ (Slogan) ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนค่านิยมหรือความเชื่อซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์การ เช่น บริษัทผลิตรถยนต์วอลโว่ ใช้คำขวัญว่า “ ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่” เป็นต้น

อาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมเป็นรากฐานที่กำหนดทัศนคติและพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม องค์การซึ่งจัดว่าเป็นสังคมย่อยย่อมมีวัฒนธรรมเป็นหลักในการดำรงชีวิต หรือวิถีชีวิต หรือเป็นแผนสำหรับพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ โดยที่สมาชิกในสังคมหรือมนุษย์ไม่รู้ตัว เป็นแบบหรือวิถีการดำรงชีวิตที่ทำให้องค์การมีเอกลักษณ์ของตนองต่างไปจากองค์การอื่น และสามารถแลกเปลี่ยนกันและกันกระจายออกไปได้ในหมู่สมาชิกของสังคม เปรียบเสมือนเป็นกาวหรือที่ยึดองค์การหรือหน่วยงานให้กลมเกลียวไม่แตกสลายลงไป

ความสำคัญของวัฒนธรรมต่อองค์การ มีหลักฐานการศึกษาวิจัยได้ 3 ประการ คือ

วัฒนธรรมองค์การสามารถกำหนดรูปแบบพฤติกรรมขององค์การได้ เช่น วัฒนธรรมองค์การที่คนส่วนมากมักวางเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์การ เมื่อวิถีชีวิตทั่วไปสร้างแบบแผนการวางเฉยต่อปัญหาพฤติกรรมการปฏิบัติของบุคคลในองค์การก็จะซึมซับเรียนรู้แพร่กระจายในเรื่องการวางเฉยต่อปัญหาพฤติกรรมการปฏิบัติของบุคคลในองค์การก็จะซึมซับเรียนรู้แพร่กระจายในเรื่องการวางเฉย กลายเป็นวัฒนธรรมการวางเฉย และเป็นแบบแผนพฤติกรรมมนุษย์ในองค์การนั้นต่อไป

รูปที่ 3.1 วัฒนธรรมองค์การ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินแก้ไขปัญหาการบริหารงาน กล่าวคือ วัฒนธรรมจะส่งผลต่อรูปแบบและความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์การ เช่น ไม่มีความกล้าหาญในการริเริ่มแก้ไขปัญหา ถ้าผู้นำไม่เป็นผู้ริเริ่มต้นก่อนคือมีวัฒนธรรมยอมตามอย่างไม่ยั้งคิด (Subordination Culture) พฤติกรรมเช่นนี้จะเป็นอุปสรรคในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ประสบอยู่ วัฒนธรรมเป็นเงื่อนไขสำคัญควรแก่การระลึกถึงในการศึกษาปัญหาขององค์การทั้งโครงสร้าง กระบวนการ พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมในองค์การ

ผลงานการศึกษาของ พอล เบท และ เอ็มอีพี สลิกแมน (Paul Bate M.E.P. Seligman) พบว่าวัฒนธรรมจะมีอำนาจชักนำให้เกิดสภาวการณ์เรียนรู้ต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีความสำคัญกับองค์การ คือ การเรียนรู้ภาวะช่วยตนเองไม่ได้ (Learned Helpessness) ซึ่งเป็นสถานภาพทางจิตที่คนจะมีเมื่อเข้ารับรู้ว่าเขาไม่สามารถควบคุมเป้าหมายในชีวิตของเขาเองได้ และถ้าการรับรู้เช่นนี้ได้รับการยืนยันโดยผู้นั้นมีประสบการณ์ตรง โดยเขาผู้นั้นพบกับตัวเองว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็จะทำให้การจูงใจในการตอบโต้กับปัญหาหายไป กลายเป็นคนย่อท้อต่ออุปสรรคหรือไม่ต่อสู้ให้เป้าหมายขององค์การบรรลุผล วัฒนธรรม การยอมตามผู้บังคับบัญชาโดยไม่ยั้งคิดจึงก่อให้เกิดพฤติกรรมสิ้นหวังในองค์การ

3.3.1 ช่วยในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมภายนอก (External Adaptation)

ช่วยในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จวิธีการที่ใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวิธีการของการกำหนดขอบเขตของความสำเร็จและความล้มเหลวนั้นโดยเฉพาะพนักงานจะต้องพัฒนาวิธีการที่ยอมรับและค้นหาวิธีการที่ดีที่สุด และแต่ละบุคคลจะต้องทราบถึงสาเหตุที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว

3.3.2 ช่วยในการประสมประสานภายใน (Internal Integration)

ช่วยในการประสมประสานภายใน จะเกี่ยงข้องกับการสร้างสรรค์การรวมกลุ่ม โดยการค้นหาวิธีการ ปรับตัวในการทำงาน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน จะเริ่มต้นด้วย การกำหนดลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โดยการรวบรวมแต่ละบุคคลและวัฒนธรรมกลุ่มย่อยภายในองค์การ การพัฒนาลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์การใช้สนทนาและปฏิกิริยาระหว่างกัน ประกอบด้วยการค้นหาโอกาสหรืออุปสรรคความก้าวหน้าเกี่ยวกับนวัตกรรมซึ่งเกิดจากการร่วมมือกัน

วัฒนธรรมองค์การ คือ สิ่งที่หล่อหลอมให้คนในองค์การมีและเข้าใจกฎกติกาในการร่วมกันทำหน้าที่หลอมให้คนในองค์การมีความเชื่อและพฤติกรรมไปในทิศทางเดียวกัน วัฒนธรรมทำให้คนในองค์การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและลดความขัดแย้ง

เนื่องจากช่วยหล่อหลอมให้คนในองค์การมีความเชื่อและพฤติกรรมไปในทางเดียวกัน ก็คือ วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์การนั่นเอง อีกทั้งการมีความขัดแย้งภายในระดับต่ำ ย่อมทำให้องค์การสามารถพัฒนาได้รวดเร็วกว่าองค์การที่มีความขัดแย้งสูง เพราะทุกคนในองค์การจะช่วยร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่องค์การ ไม่ใช่ขัดผลประโยชน์กัน

วัฒนธรรมองค์การเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งขององค์การ เช่น บริษัท 3M มีวัฒนธรรมหลักขององค์การ คือ การสร้างนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นพนักงานทุกคนในบริษัท 3M แม้กระทั่งพนักงานทำความสะอาด จะเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ ทำให้บริษัท 3M มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเสมอ และยกให้บริษัท 3M เป็นบริษัทแห่งนวัตกรรม

องค์ประกอบของวัฒนธรรมองค์การแต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์หรือทิศทางของบริษัท ตัวอย่าง เช่น ในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการร่วมหุ้นกับบริษัทข้ามชาติมีเป้าหมายองค์การที่จะเป็นผู้นำในด้านใดด้านหนึ่งในระดับนานาชาติ อาจจะต้องกำหนดวัฒนธรรมองค์การให้พนักงานในองค์การพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ตลอดเวลา และส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับพนักงานในองค์การพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ตลอดเวลา และส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับพนักงานอย่างเต็มที่ องค์ประกอบหลักๆ ของวัฒนธรรมองค์การที่เป็นสากล และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับแทบทุกธุรกิจ ดังต่อไปนี้

3.4.1 คุณค่าในองค์การ (Core Value)

คุณค่าองค์การนั้นอาจเป็นแก่นวิธีคิด ความเชื่อ หรือหลักการสำคัญที่กำหนดขึ้นมาโดยองค์การให้ทุกคนยึดถือเป็นหลักสำคัญ เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมในองค์การ อาจจะเริ่มจากถามก่อนว่าองค์การให้น้ำหนักสำคัญเรื่องอะไรเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เน้นเรื่องความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า เน้นเรื่องความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหรือเน้นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้ก้าวหน้าเร็วกว่าคนอื่นตลอดเวลา เป็นต้น และให้นำหลักคิดนั้นมาประยุกต์และปรับใช้ในทุกๆเรื่อง ในการทำงานและตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ๆ นอกเหนือจากคุณค่าองค์การที่ใช้ในการทำงานบางครั้งก็อาจจะรวมไปถึงความปลอดภัยในการทำงานและใช้ชีวิต แม้ในขณะที่อยู่นอกบริษัท องค์การคาดหวังว่าพนักงานจะยังคงยึดถือคุณค่าเรื่องความปลอดภัยตลอดเวลา เป็นต้น คุณค่าขององค์การนี้ปลูกฝังให้กับพนักงานทุก ๆ คนให้เข้าใจและรับทราบตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน พร้อมทั้งบอกวิธีการปรับใช้ในชีวิตประจำวันวันเพื่อไม่ให้คุณค่าเหล่านี้เป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ที่ทุกคนจำได้ แต่ไม่มีความหมายใด ๆ

กิจกรรมสันทนาการถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในกาสร้างความผูกพันในองค์การ เพื่อทำให้การทำงานและการใช้ชีวิตในที่ทำงานดำเนินไปอย่าราบรื่นและเกิดความสามัคคีในหมู่คณะ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้คนในองค์การเกิดความสนิทสนมกันมากขึ้นโดยกิจกรรมที่ว่าอาจไม่ใช่แค่ตัวพนักงานแต่รวมถึงคนในครอบครัวของพนักงานแต่ละคนให้เข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย

กำลังใจถือเป็นแรงผลักดันให้คนที่ตั้งใจทำงานเดินหน้าต่อไปโดยไม่ย่อท้อ หมั่นสังเกตบ่อย ๆ ว่ามีใครในองค์การที่ทำงานได้ดี ซึ่งเพียงแค่คำชมหรือรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือเป็นกำลังใจที่สามารถทำให้พวกเขาพยายามได้ดีขึ้นต่อไปได้อีกในครั้งต่อ ๆ ไป โดยการประกวดพนักงานดีเด่นประจำเดือนหรือประจำปี ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้คนในองค์การพยายามทำงานให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา

รูปที่ 3.2 การชื่นชมด้วยการให้รางวัล

กุญแจสำคัญขององค์การที่ประสบความสำเร็จคือการเชื่อมโยงกับชุมชน และตอบแทนบางสิ่งที่ให้กับสังคมบ้าง กุญแจสำคัญขององค์การที่ประสบความสำเร็จคือการเชื่อมโยงกับชุมชนและตอบแทนบางสิ่งให้กับชุมชนบ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้ามีโรงงานติดแม่น้ำ ควรรับผิดชอบต่อสังคมโดยการไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำลำคลองที่อยู่ในละแวกชุมชนเหล่านั้น การจัดกิจกรรมทางการกุศล เช่น บริจาคเลือดหรือเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็เข้าไปให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะสร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชุมชนแล้ว ยังทำให้พนักงานในองค์การภูมิใจที่ได้ทำอะไรเพื่อชุมชนด้วย

ปัจจัยหนึ่งของความภักดีของพนักงานขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของหัวหน้า มีหลากหลายวิธีสามารถแสดงให้เห็นว่าพนักงานสำคัญต่อองค์การขนาดไหน การทำบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของพนักงานทุกคนไว้ในระบบ ตัวอย่างเช่น วันเกิด วันแต่งงาน วันรับปริญญา หรือวันสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตเพื่อนแสดงความยินดีหรือกิจกรรมฉลองเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพนักงานเหล่านั้น ซึ่งการเอาใจใส่นั้นไม่สำคัญว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ไม่ว่าสูงกว่าหรือต่ำกว่า ก็ควรทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ในทุก ๆ ระดับขององค์การ และเอาใจใส่ให้กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมเท่าที่จะทำได้

พนักงานทุกคนไม่ว่าตำแหน่งไหน ๆ ก็ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งการที่จะเติบโตขึ้นไปได้ต้องอาศัยการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอยู่เสมอ องค์การแข็งแรงจึงควรสนับสนุนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาตัวเองให้กับพนักงาน เพื่อช่วยผลักดันให้พนักงานกระตือรือร้นที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวเองให้มาขึ้น เช่น การเชิญวิทยากรมาบรรยายเรื่องน่ารู้ต่าง ๆ ส่งเสริมโดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอบรมภายนอก เช่น คอร์สเรียนภาษาต่างประเทศ คอร์สพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรอง การวางแผนการตลาด การบริหารต่าง ๆ หรือแม้แต่ระบบการเรียนออนไลน์ที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่า ซึ่งการอำนวยความสะดวกทั้งหมดนี้จะช่วยให้พนักงานมองเห็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง และเป็นการช่วยออกแบบให้การเรียนรู้มีรูปแบบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งคุณลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมองค์การที่ควรต้องมีความต่อเนื่อง ไม่ว่าองค์การจะมีโครงการอะไร สิ่งสำคัญที่ควรทำคือสร้างความต่อเนื่องให้กับโครงการหรือกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมขึ้นมา เพราะการทำแบบฉาบฉวยมักจะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ตามมา เช่น การจักอบรมต่าง ๆ ต้องมีการป้อนกิจกรรมและมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของกิจกรรม และดึงดูดให้คนเข้าร่วมอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่กิจกรรมการกุศลก็เช่นกัน ควรมีความต่อเนื่องและไม่ควรทำเพื่อเกาะกระแสสังคมต่าง ๆ เท่านั้น

ประวัติความเป็นมาจะทำให้พนักงานเกิดความเข้าใจในวัฒนธรรมและแนวทางในการทำงานต่าง ๆ ในองค์การมากขึ้น เพื่อให้เดินไปสู่จุดมุงหมายที่ชัดเจนในองค์การ มีน้อยคนนักที่จะทราบประวัติความเป็นมาขององค์การ ถ้าพนักงานได้รับรู้ว่าองค์การเกิดขึ้นมาด้วยอุดมการณ์ความตั้งใจแบบไหน ต้องผ่านอะไรมา และสร้างชื่อเสียงอะไรมาบ้าง พนักงานคงภูมิใจไม่น้อยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในองค์การ นอกจากนี้ประวัติความเป็นมาจะทำพนักงานเกิดความเข้าใจในวัฒนธรรมและแนวทางในการทำงานต่าง ๆ ในองค์การมากขึ้น เพื่อให้เดินไปสู่จุดมุงหมายที่ชัดเจนในองค์การ โดยสิ่งเหล่านี้เริ่มได้โดยการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งเป็นปฐมนิเทศเพื่อให้ทราบว่าพนักงานเป็นกำลังส่วนหนึ่งที่สำคัญของอะไรอยู่

รูปที่ 3.3 การปฐมนิเทศพนังงาน

การสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์การก็เหมือนกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อขายให้กับลูกค้า แตกต่างกันที่กระบวนการของการสร้างสรรค์ วัฒนธรรมองค์การ คือ กระบวนการที่แท้จริงในการเชื่อมโยงค่านิยมเชิงกลยุทธ์ กับ ค่านิยมทางวัฒนธรรมกระบวรการของการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์การมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

ค่านิยมเชิงกลยุทธ์ คือ ความเชื่อพื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขององค์การซึ่งเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์ที่ได้พิจารณากลั่นกรองของสิ่งแวดล้อมและการวิเคราะห์กลยุทธ์เพื่อประเมินทางด้านเศรษฐกิจประชากร นโยบายสาธารณะ เทคโนโลยี และสังคม

พัฒนาค่านิยมทางวัฒนธรรม คือ ค่านิยมที่พนักงานต้องการที่จะปฏิบัติเพื่อให้องค์การสามารถดำเนินตามค่านิยมเชิงกลยุทธ์ได้ ซึ่งอยู่บนฐานความเชื่อขององค์การที่ว่าองค์การสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างไร และเมื่อใด ถ้าองค์การไม่พยายามที่จะพัฒนาค่านิยมทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับการกำหนดค่านิยมทางกลยุทธ์

การสร้างวิสัยทัศน์ คือ ภาพขององค์การว่าจะอยู่จุดใดเมื่อมีการพัฒนาค่านิยมทางกลยุทธ์และค่านิยมทางวัฒนธรรมแล้ว องค์การจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์การทีใช้เป็นแนวทางร่วมกันระหว่างค่านิยมเชิงกลยุทธ์กับค่านิยมทางวัฒนธรรม

การเริ่มดำเนินกลยุทธ์ คือ การสร้างค่านิยมและปฏิบัติเพื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์ที่ได้กำหนดไว้ การเริ่มต้นดำเนินการเป็นกลยุทธ์มักจะครอบคลุมหลายปัจจัย ตั้งแต่การพัฒนาการออกแบบองค์การไปจนถึงการสรรหาและการฝึกอบรมพนักงานที่มีค่านิยมร่วมและการดำเนินการตามค่านิยมร่วมนั้น โดยมีค่านิเชิงกลยุทธ์และค่านิยมทางวัฒนธรรมเป็นตัวกระตุ้นหรือสิ่งเร้าเพื่อให้เกิดการปฏิบัติ

การเสริมแรงพฤติกรรมทางวัฒนธรรม คือ การเสริมแรงพฤติกรรมทางวัฒนธรรมสามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 การจัดระบบการให้รางวัลอย่างเป็นทางการในองค์การที่จะต้องตอบสนองความต้องการทางพฤติกรรมในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดค่านิยมแก่พนักงาน

รูปแบบที่ 2 องค์การจะต้องบอกเรื่องราวต่าง ๆ ไปยังพนักงานทุกคนเพื่อเสริมสร้างค่านิยมทางวัฒนธรรม

รูปแบบที่ 3 องค์การจะต้องเน้นให้พนักงานทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ เพื่อให้การกำเนินการเป็นไปตามวิสัยทัศน์ขององค์การ และการให้เกิดผลปฏิบัติได้อย่างจริงจัง

จากการศึกษาของเดเนียล อาร์ เดนิสัน (Daniel R. Denison, 1990) ในเรื่องปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์การและประสิทธิภาพ (Effectiveness) ขององค์การเป็นอย่างมาก เมื่อวัฒนธรรมนั้นก่อให้เกิดสิ่งต่อไปนี้

3.6.1 การผูกพัน (Involvement)

3.6.2 การปรับตัว (Adaptability)

3.6.3 การพฤติปฏิบัติได้สม่ำเสมอ (Consistency)

การประพฤติปฏิบัติได้สม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้การทำงานที่ประสานกันและสามารถคาดหมายพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

ปัจจัยทั้ง 4 ส่วนข้างต้น จะทำให้องค์การสามารถบรรลุสู่ประสิทธิผล (Effectiveness) ตามที่ต้องการได้ ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์การจึงมีความสำคัญที่จะสนับสนุนให้องค์การบรรลุสู่วิสัยทัศน์ และภารกิจที่กำหนดอย่างเหมาะสมได้ ดังแผนภูมิรูปที่ 3.4

รูปที่ 3.4 ลักษณะของวัฒนธรรมที่จะทำให้องค์การบรรลุประสิทธิผล

3.7.1 ภาษา (Language)

การบริหารงานจะง่ายขึ้น อยู่ที่การใช้ภาษา ถ้าบุคคลการใช้ภาษาเดียวกันและเข้าใจความหมายของภาษาไทยในแนวเดียวกัน ทั้งที่เป็นคำพูดและกิริยาท่าทางล้วนมีความสัมพันธ์กับการบริหารของกลุ่มทั้งสิ้น ถ้าสมาชิกไม่สามารถติดต่อกันได้ด้วยความเข้าใจตรงกัน การทำงานเป็นกลุ่มหรือทีมก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาความอยู่รอดขององค์การ

3.7.2 วัฒนธรรมใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มในหมู่สมาชิกองค์การ (Boundaries)

การแบ่งกลุ่มในหมู่สมาชิกจะต้องมีความเป็นเอกฉันท์ร่วมกับภายในกลุ่ม มีความชัดเจนว่าใครเป็นสมาชิกในกลุ่มใด สมาชิกกลุ่มต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กลุ่มตั้งขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวัฒนธรรมองค์การซึ่งเป็นเรื่องของการจัดองค์การและการบริหารงานบุคคล

3.7.3 เอกฉันท์ในการแบ่งสรรอำนาจ (Allocation of Power) และสถานภาพของสมาชิก

อำนาจและสถานภาพการบริหารงานภายในองค์การจะราบรื่นได้เมื่อสมาชิกของกลุ่มมีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันในเรื่องการแบ่งสรรอำนาจ (Allocation of Power) และสถานภาพของสมาชิก กล่าวคือ ทุกองค์การจะต้องจัดลำดับความสำคัญของสมาชิกในองค์การว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชา ใครเป็นลูกน้องบังคับบัญชาลดหลั่นกันไปอย่างชัดเจน

3.7.4 ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Intimacy)

3.7.5 การให้รางวัลและการลงโทษ (Rewards and Punishment)

องค์การต้องจูงใจสมาชิกให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วยการมีมติเอกฉันท์ร่วมกันในหมู่สมาชิก เรื่องเกณฑ์การจัดสรรรางวัลและการลงโทษ ทุกกลุ่มจะต้องรู้ชัดเจนว่าพฤติกรรมแบบใดจะได้รับรางวัลที่เป็นทรัพย์สิน สถานภาพ และอำนาจ พฤติกรรมแบบใดถ้าปฏิบัติจะถูกลงโทษคือไม่ได้รับรางวัล

3.7.6 อุดมการณ์ (Ideology)

บางครั้งอุดมการณ์และศาสนาสามารถเข้าช่วยอธิบายปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถอธิบายหรือควบคุมได้เพื่อสมาชิกจะไม่วิตกกังวลจนเกินเหตุจ่อเหตุการณ์นั้น ทุกองค์การจะพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งสามารถสร้างเอกลักษณ์ในการรับรู้ คิด และรู้สึกต่อปัญหาของแต่ละองค์การได้ หากองค์การแก้ไขปัญหาไม่ได้ มักไม่ส่งผลดีต่อการบรรลุเป้าหมายการบริหารที่กำหนด

องค์การถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยกลุ่มบุคคลและมีการสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความหมายในกิจกรรมต่างๆ วัฒนธรรมองค์การ คือ ประสบการณ์ บุคลิกภาพ ค่านิยม และบรรยากาศที่สร้างได้ “ เป็นวิถีทางที่กระทำสิ่งต่างๆ ให้บรรลุความสำเร็จ”

ทุกบริษัทจะมีวัฒนธรรมองค์การ และวัฒนธรรมจะนำทางสิ่งที่ดำเนินอยู่ และจะมีอิทธิพลต่อวิธีการตัดสินใจของผู้บริหาร มุมมองต่อสภาพแวดล้อมและกลยุทธ์ของบริษัท วัฒนธรรมสามารถจะเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนก็ได้ จะเป็นจุดแข็งเมื่อทำให้การติดต่อสื่อสารประหยัดและง่าย เอื้ออำนวยต่อการตัดสินใจและการควบคุม ส่งเสริมการวางแผนและการดำเนินกลยุทธ์ และเพิ่มระดับความร่วมมือความผูกพันภายในบริษัทจะเป็นจุดอ่อนเมื่อความเชื่อและค่านิยมร่วมที่สำคัญแทรกแซงความต้องการของธุรกิจ กลยุทธ์ของบริษัทและบุคคลที่ทำงาน

1. การมุ่งกระทำ : ความเป็นทางการน้อย และความคล่องตัวสูง

2. การอยู่ใกล้ชิดกับลูกค้า : การรับเอาแนวความคิดทางการตลาด และความหลงใหลกับคุณภาพความไว้วางใจได้ และ/หรือการบริการ

3. ความเป็นอิสระและการเป็นผู้ประกอบการ : การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเสี่ยงภัย

4. การเพิ่มประสิทธิภาพโดยคน : การรักษาบรรยากาศที่ไว้วางใจและติดต่อสื่อสารแบบสองทางที่ไหลเวียนอย่างเสรีเอาไว้

5. การบริการแบบสัมผัสและผลักดันด้วยค่านิยม : การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์การ

6. การกระจายธุรกิจอย่างระมัดระวัง : การหลีกเลี่ยงจากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกัน

7. โครงสร้างที่เรียบง่ายและสายงานที่ปรึกษาน้อย : โครงสร้างองค์การที่มีระดับการบริหารน้อยระดับและสายงานที่ปรึกษาน้อย

8. การควบคุมอย่างเข้มงวดและผ่อนปรนในขณะเดียวกัน : การควบคุมค่านิยมแกนกลางอย่างเข้มงวด แต่ความเป็นอิสระ การเป็นผู้ประกอบการ และการคิดค้นสิงใหม่ๆจะถูกผลักดันไปยังระบบล่าง

ปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างหลักฐานและความต่อเนื่องของวัฒนธรรมองค์การ คือ

วัฒนธรรมที่เข้มแข็งจะสะท้อนค่านิยมของผู้ก่อตั้งองค์การ วัฒนธรรมอาจจะถูกกำหนดรูปร่างอย่างเข้มแข็งโดยผู้บริหาร โดยปกติวัฒนธรรมจะเริ่มต้นเลียนแบบสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจ บางครั้งวัฒนธรรมก็เริ่มต้นโดยผู้ก่อตั้งสามารถสร้างความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารระดับสูงต้องการเห็นองค์การเปลี่ยนแปลงทิศทางได้

การขัดเกลาทางสังคมเป็นปัจจัยที่ร่วมสร้างวัฒนธรรมที่ปรากฏขึ้นในองค์การ เนื่องจากการขัดเกลาทางสังคมจะเป็นวิธีการสร้างการเรียนรู้ทางความเชื่อ ค่านิยม และสมมุติฐานทางวัฒนธรรม

โครงสร้างและระบบการบริหารองค์การหากสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์การแล้ว ย่อมนำพาองค์การนั้นไปสู่ความสำเร็จ ในทางตรงกันข้ามหากระบบการบริหารไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์การย่อมนำพาองค์การนั้นไปสู่ความหายนะได้

3.10.1 วัฒนธรรมองค์การที่สามารถนำพาองค์การสู่ความสำเร็จ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพฤติกรรมของผู้บริหารหรือผู้นำ ดังต่อไปนี้

การกำหนดการตั้งค่าการออกแบบเองสำหรับวัตถุในฐานข้อมูลของคุณ

หมายเหตุ: เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือบทความภาษาอังกฤษเพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

คุณสามารถตั้งค่าตัวเลือกฐานข้อมูลที่สามารถใช้เพื่อปรับเปลี่ยนการออกแบบของวัตถุฐานข้อมูลAccess บนเดสก์ท็อปได้โดยการคลิก ไฟล์ ตัวเลือกแล้วออกแบบ วัตถุ คุณสามารถตั้งค่าตัวเลือกการออกแบบสำหรับตารางฟอร์มรายงานและการออกแบบคิวรีได้จากตำแหน่งที่ตั้งของตัวเลือกAccess ส่วนกลางนี้แม้ว่าจะมีการตั้งค่าส่วนใหญ่จะถูกละเว้นในแผ่นข้อมูลตารางและมุมมองเค้าโครง คุณยังสามารถกำหนดการตั้งค่าการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เลือกเองจากประเภทนี้ได้ด้วย

ปัดเศษเป็นตำแหน่งทศนิยมที่ฉันต้องการ

ถ้าคุณไม่ต้องการให้มีตำแหน่งทศนิยมที่ไม่จำเป็นในเซลล์ เพราะจะทำให้เกิดสัญลักษณ์ ###### หรือคุณไม่ต้องการความถูกต้องแม่นยำที่ต้องละเอียดมากๆ ให้เปลี่ยนรูปแบบเซลล์เพื่อให้ได้จำนวนตำแหน่งทศนิยมที่คุณต้องการ

หรือถ้าคุณต้องการปัดเศษให้เป็นหน่วยหลักที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น หลักพัน หลักร้อย หลักสิบ หรือหลักหน่วย ให้ใช้ฟังก์ชันในสูตร

บนแท็บ หน้าแรก คลิก เพิ่มตำแหน่งทศนิยม หรือ ลดตำแหน่งทศนิยม เพื่อให้แสดงจำนวนหลักหลังจุดทศนิยมมากขึ้นหรือน้อยลง

โดยการนำ รูปแบบตัวเลขที่มีอยู่แล้วไปใช้ ดังนี้:

บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ตัวเลข ให้คลิกลูกศรถัดจากรายการของรูปแบบตัวเลข แล้วคลิก รูปแบบตัวเลขเพิ่มเติม

ในรายการ ประเภท ให้คลิก สกุลเงิน บัญชี เปอร์เซ็นต์ หรือ เชิงวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดข้อมูลของคุณ

ในกล่อง ตำแหน่งทศนิยม ให้ใส่จำนวนตำแหน่งทศนิยมที่คุณต้องการแสดง

ปัดตัวเลขเป็นจำนวนหลักที่คุณต้องการโดยการใช้ฟังก์ชัน ROUND ฟังก์ชันนี้มี อาร์กิวเมนต์เพียงสองตัว (อาร์กิวเมนต์คือชิ้นของข้อมูลที่สูตรจำเป็นต้องเรียกใช้)

สมมติว่าเซลล์ A1 มี 823.7825 เมื่อต้องการปัดเศษตัวเลขให้ใกล้เคียงที่สุด ให้ทำดังนี้

พิมพ์ =ROUND(A1,-3) ซึ่งเท่ากับ 1,00 0

823.7825 ใกล้เคียงกับ 1,000 มากกว่า 0 (0 เป็นพหุคูณของ 1,000)

พิมพ์ =ROUND(A1,-2) ซึ่งเท่ากับ 800

800 ใกล้เคียงกับ 823.7825 มากกว่า 900 ถึงตอนนี้ เราคิดว่าคุณคงพอมองออกแล้ว

พิมพ์ =ROUND(A1,-1) ซึ่งเท่ากับ 820

พิมพ์ =ROUND(A1,0) ซึ่งเท่ากับ 824

พิมพ์ =ROUND(A1,1) ซึ่งเท่ากับ 823.8

พิมพ์ =ROUND(A1,2) ซึ่งเท่ากับ 823.78

พิมพ์ = ROUND(A1,3) ซึ่งเท่ากับ 823.783

ปัดเศษตัวเลขขึ้นโดยใช้ฟังก์ชัน ROUNDUPฟังก์ชันนี้ทำงานแบบเดียวกับฟังก์ชัน ROUND แต่จะปัดเศษขึ้นเสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการปัดเศษ 3.2 ขึ้นเป็นทศนิยมศูนย์ตำแหน่ง

=ROUNDUP(3.2,0) ซึ่งเท่ากับ 4

ปัดเศษของตัวเลขลงโดยใช้ฟังก์ชัน ROUNDDOWN ฟังก์ชันนี้ทำงานแบบเดียว ROUND แต่จะปัดเศษตัวเลขลงเสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการปัดเศษ 3.14159 ลงเป็นทศนิยม 3 ตำแหน่ง:

=ROUNDDOWN(3.14159,3) ซึ่งเท่ากับ 3.141

เคล็ดลับ: เมื่อต้องการดูตัวอย่างเพิ่มเติมและลองใช้ฟังก์ชันกับข้อมูลตัวอย่างในเวิร์กบุ๊ก Excel Online ให้ดูที่บทความ ROUND, ROUNDUP, และ ROUNDDOWN

คลิก ตัวเลือก (Excel 2020 ถึง Excel 2020) หรือ ปุ่ม Microsoft Office > ตัวเลือกของ Excel (Excel 2007)

ในประเภท ขั้นสูง ภายใต้ ตัวเลือกการแก้ไข ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย แทรกจุดทศนิยมโดยอัตโนมัติ

ในกล่อง ตำแหน่ง ให้ใส่ตัวเลขที่มีค่าบวกสำหรับจำนวนหลักที่จะแสดงทางด้านขวาของเลขทศนิยม หรือใส่ตัวเลขที่มีค่าลบสำหรับจำนวนหลักที่จะแสดงทางด้านซ้ายของเลขทศนิยม

หมายเหตุ: ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่ 3 ในกล่อง ตำแหน่ง แล้วพิมพ์ 2834 ลงในเซลล์ ค่าที่ได้จะเป็น 2.834 ถ้าคุณใส่ -3 ในกล่อง ตำแหน่ง แล้วพิมพ์ 283 ในเซลล์ ค่าที่ได้จะเท่ากับ 283000

ตัวบ่งชี้ ตำแหน่งทศนิยมคงที่ จะปรากฏขึ้นในแถบสถานะ

บนเวิร์กชีต ให้คลิกเซลล์ แล้วพิมพ์ตัวเลขที่คุณต้องการ

หมายเหตุ: ข้อความที่คุณพิมพ์ก่อนที่คุณจะเลือกกล่องกาเครื่องหมาย ตำแหน่งทศนิยมคงที่ จะไม่ได้รับผลกระทบ

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รายได้ออนไลน์
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: