ลมสุริยะ

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Contents

เรื่องจริงของพายุสุริยะ

แทบทุกครั้งที่เวลาผ่านมาถึงช่วงที่มีวันที่หรือเลขปีสวย ๆ ดูเหมือนจะต้องเกิดกระแส “โลกแตก” ขึ้นเสมอ ๆ ในช่วงใกล้ปี พ.ศ. 2543 หรือ ค.ศ. 2000 อย่างในตอนนี้ก็เช่นกัน มีข่าวลือสารพัดว่าในปี 2000 จะเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมโลก โลกแตกตามคำทำนายของโหรชื่อดัง วาระสุดท้ายของโลกตามคำภีร์ แกรนครอส แกรนคอนจังก์ชัน ปัญหา Y2K ฯลฯ ข่าวที่ลือกันนี้ บางเรื่องก็มีส่วนจริงและชวนคิด และอีกหลายเรื่องก็เพ้อเจ้อถึงขั้นไร้สาระเลยทีเดียว

หนึ่งในเรื่องสยองขวัญเหล่านี้ที่ได้ยินหนาหูในช่วงปีที่ผ่านมาก็คือ พายุสุริยะถล่มโลก ซึ่งกล่าวกันว่าจะเกิดในปี พ.ศ. 2543 หรือ ค.ศ. 2000 ปีอาถรรพ์ยอดนิยม บางกระแสว่าพายุสุริยะนี้อาจคุกคามสิ่งมีชีวิตบนโลก หรือทำร้ายนักบินอวกาศถึงขั้นเสียชีวิต อาจทำให้ไฟดับทั้งประเทศ ฯลฯ เราน่าถือโอกาสนี้มาทำความรู้จักกับพายุสุริยะกันเสียเลย ว่ามันคืออะไร น่ากลัวอย่างที่ลือกันหรือไม่

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สิบปี นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า สูงขึ้นไปเหนือชั้นบรรยากาศของโลก คืออวกาศ ความว่างเปล่า ปราศจากสสารใด ๆ มีเพียงรังสีในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาจากดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ต่าง ๆ เท่านั้น จนกระทั่งเมื่อ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ยุคอวกาศได้เริ่มต้นขึ้น นักดาราศาสตร์จึงได้ทราบว่า เหนือบรรยากาศโลกขึ้นไปในอวกาศ รวมถึงบริเวณระบบสุริยะชั้นใน ถูกปกคลุมไปด้วยอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ หรือกล่าวได้ว่า ในบริเวณรัศมี 150 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ ที่โลกโคจรอยู่นี้ยังอยู่ในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ โลกเรามิได้โคจรไปในอวกาศอันว่างเปล่าอย่างที่คาดคิดกัน

อนุภาคพลังงานสูงที่ถูกพัดมาจากดวงอาทิตย์นั้น อยู่ในรูปของอนุภาคประจุไฟฟ้า เช่นอิเล็กตรอนและโปรตอน เราเรียกสายธารของอนุภาคที่ถูกพัดมาจากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องนี้ว่า ลมสุริยะ (solar wind) และในบางครั้ง ลมสุริยะก็อาจทวีความรุนแรงกว่าปกติหลายเท่า ดังที่หลายคนเรียกว่า พายุสุริยะ (solar storm)

แม้ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยังไม่เข้าใจถึงกลไกและปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนดวงอาทิตย์ถ่องแท้นัก แต่อย่างน้อยก็ได้ทราบอย่างแน่นอนแล้วว่า ปรากฏการณ์หลายอย่างบนดวงอาทิตย์ มีความสัมพันธ์กับลมสุริยะและมีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์บางอย่างบนโลก ปรากฏการณ์ที่ดูจะมีความใกล้ชิดกับลมสุริยะมากอย่างเห็นได้ชัดที่สุดก็คือ จุดดำ และ แฟลร์ ดังนั้น หากจะรู้จักลมสุริยะ เราจำเป็นต้องรู้จักกับจุดดำและแฟลร์เสียก่อน

รู้จักกับจุดดำ

จุดดำบนดวงอาทิตย์ (sunspot) เป็นปรากฏการณ์บนพื้นผิวดวงอาทิตย์ที่สังเกตได้ง่ายที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่มันจะถูกค้นพบมาตั้งแต่สมัยของกาลิเลโอแล้ว จุดดำบนดวงอาทิตย์เมื่อมองผ่านแผ่นกรองแสงจะมีลักษณะเป็นจุดสีดำขึ้นประปรายอยู่บนผิวหน้าของดวงอาทิตย์ คล้ายกับดวงอาทิตย์ตกกระ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย ๆ โดยการใช้ฉากรับภาพจากกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตา

จุดดำบนดวงอาทิตย์เกิดขึ้นที่ชั้นโฟโตสเฟียร์ เช่นเดียวกับ แกรนูล (ลักษณะที่เป็นเม็ด คล้ายฟองที่เดือนพล่านบนผิวของดวงอาทิตย์) ขนาดของจุดดำมีตั้งแต่เท่ากับแกรนูลฟองเดียว หรืออาจจะใหญ่กว่านั้น และอาจมีการรวมกลุ่มกันเป็นกระจุกจนมีพื้นที่หลายพันล้านตารางกิโลเมตร โครงสร้างของจุดดำบนดวงอาทิตย์มิได้มีลักษณะดำมืดแต่เพียงอย่างเดียว หากพิจารณาดูดี ๆ แล้ว จะพบว่าแต่ละจุดจะมีลักษณะซ้อนกันสองชั้น โดย จุดดำชั้นใน (umbra) จะมีสีดำเข้ม ส่วนจุดดำชั้นนอก (penumbra) ซึ่งล้อมรอบอยู่จะมีลักษณะจางกว่าและมีริ้วลายเป็นเส้นในแนวรัศมี ดูเผิน ๆ แล้วจุดดำของดวงอาทิตย์จะคล้ายกับลูกตาดำของคน โดยจุดดำชั้นในแทนรูม่านตาส่วนชั้นนอกแทนม่านตา โดยทั่วไปแล้วพื้นที่ส่วนจุดดำชั้นนอกมักมีพื้นที่มากกว่า บางครั้งอาจมากถึง 80% ของพื้นที่จุดดำทั้งหมด บริเวณจุดดำชั้นนอกเป็นบริเวณที่มีการไหลของแก๊สจากบริเวณจุดดำชั้นในไปสู่พื้นที่นอกจุดดำ เมื่อแก๊สไหลออกไปนอกจุดดำชั้นนอกแล้วก็จะเปลี่ยนทิศพุ่งขึ้นตั้งฉากกับผิวของดวงอาทิตย์จนถึงชั้นโครโมสเฟียร์ (บรรยากาศที่อยู่เหนือพื้นผิวของดวงอาทิตย์) หลังจากนั้นจึงย้อนกลับพุ่งลงในใจกลางของจุดดำอีกครั้งเป็นวัฏจักรต่อไป

การกระจายตัวของจุดดำนั้น มักพบว่าจุดดำมักเกิดขึ้นเป็นคู่หรือรวมกลุ่มเป็นกระจุกใหญ่จำนวนมาก ๆ แต่จุดดำคู่จะพบได้มากกว่า ส่วนจุดดำที่ขึ้นเดี่ยว ๆ จะไม่พบมากนัก นอกจากนี้ยังพบว่าจุดดำบนดวงอาทิตย์มีการเกิดขึ้นและสลายตัวตลอดเวลา โดยปรกติแล้วจุดดำแต่ละจุดจะมีอายุประมาณไม่เกินสองสัปดาห์ แต่ก็อาจมีบางจุดที่มีอายุยาวนานนับเดือนก็เป็นได้

ถึงแม้ว่าจุดดำชั้นในจะเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุดบนดวงอาทิตย์จนมองเห็นเป็นสีดำสนิท แต่มันก็ยังมีอุณหภูมิสูงถึง 4,000 เคลวิน ในความเป็นจริง แก๊สที่มีอุณหภูมิขนาดนี้จะมีความสว่างมาก แต่สาเหตุที่เราเห็นเป็นสีดำนั้นเนื่องจากพื้นผิวของดวงอาทิตย์โดยรอบจุดดำหรือโฟโตสเฟียร์มีความสว่างมากกว่ามาก เพราะมีอุณหภูมิสูงถึง 6,000 เคลวินนั่นเอง ดังนั้นคำว่า “จุดดำ” คงจะไม่ตรงตามความจริงเท่าใดนัก เพราะจุดมันไม่ดำจริง ๆ ส่วนบริเวณจุดดำชั้นนอกนั้นมีอุณหภูมิต่ำกว่าโฟโตสเฟียร์เพียงเล็กน้อย คือประมาณ 5,600 เคลวิน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ในขณะที่ความสว่างของจุดดำบนดวงอาทิตย์จะน้อยกว่าที่อื่น ๆ แต่สนามแม่เหล็กบริเวณนี้กลับมีความเข้มข้นสูงมาก เราพบว่าสนามแม่เหล็กจะมีทิศจะพุ่งออกจากจุดดำพร้อม ๆ กับนำเอาแก๊สร้อนจัดจากภายใต้พื้นผิวดวงอาทิตย์ขึ้นมาด้วย สนามแม่เหล็กที่จุดดำอาจมีความเข้มสูงถึง 0.2 – 0.4 เทสลา (1 เทสลาเท่ากับ 10,000 เกาสส์) รูปร่างและทิศทางของสนามแม่เหล็กจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของกลุ่มของจุดดำเหล่านี้ กล่าวคือ บริเวณที่มีจุดดำเป็นคู่ สนามแม่เหล็กจะพุ่งขึ้นออกจากจุดดำจุดหนึ่งสู่บรรยากาศชั้นบนเหนือโฟโตสเฟียร์ แล้วเลี้ยวโค้งวกกลับลงสู่จุดดำอีกจุดหนึ่งที่อยู่คู่กัน จุดดำสองจุดนี้จึงมีขั้วแม่เหล็กที่ตรงข้ามกันเสมอ เหมือนกับแม่เหล็กแบบเกือกม้าที่ติดอยู่บนผิวดวงอาทิตย์ เราเรียกสนามแม่เหล็กรูปร่างแบบนี้ว่า สนามแม่เหล็กแบบ ไบโพลาร์ (bipolar)

บริเวณที่มีจุดดำรวมกลุ่มกันเป็นกระจุกขนาดใหญ่จะมีรูปร่างของสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ยังคงเป็นสนามแม่เหล็กปิดเช่นเดียวกับสนามแม่เหล็กแบบไบโพลาร์ ส่วนจุดดำที่เป็นจุดเดียวโดด ๆ ไม่รวมกลุ่มหรือเข้าคู่กับจุดดำอื่น ๆ สนามแม่เหล็กจะพุ่งออกจากจุดดำชั้นในและสาดออกไปสู่อวกาศโดยไม่วกกลับเข้ามา เรียกว่าเป็นสนามแม่เหล็กเปิด ซึ่งเป็นช่องทางที่มวลสารจำนวนมากดวงอาทิตย์พุ่งทะลักสู่อวกาศ และเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดลมสุริยะ

สนามแม่เหล็กแบบไบโพลาร์บนดวงอาทิตย์มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ทุก ๆ คู่ของจุดดำจะเรียงกันในแนวนอนเกือบขนานกับเส้นศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์มีการหมุนรอบตัวเองด้วย ดังนั้นจุดดำสองจุดในแต่ละคู่จึงมีชื่อเรียกว่า จุดนำ และ จุดตาม เรามักพบว่าจุดนำของแต่ละคู่มักจะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่าจุดตามเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบว่า สนามแม่เหล็กแบบไบโพลาร์ที่เกิดขึ้นในซีกดาวเดียวกันจะมีทิศทางตรงกันทั้งหมด และทิศทางของสนามแม่เหล็กของซีกเหนือและซีกใต้ของดวงอาทิตย์จะตรงข้ามกันเสมออีกด้วย

นอกจากจุดดำบนดวงอาทิตย์ที่มักอยู่รวมกันเป็นกระจุกแล้ว ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนดวงอาทิตย์เช่นแฟลร์ หรือการลุกจ้าอย่างรุนแรง แฟกคิวลา เพลจ ก็มักเกิดบริเวณใกล้ ๆ กับกระจุกของจุดดำอีกเหมือนกัน

วัฏจักรแห่งสุริยะ

ปริมาณของจุดดำบนดวงอาทิตย์บางช่วงเวลาอาจมีเป็นจำนวนมาก แต่บางช่วงอาจจะไม่มีเลยแม้แต่จุดเดียว ความผันแปรนี้เป็นการผันแปรที่เป็นวัฏจักร มีคาบค่อนข้างสม่ำเสมอ อยู่ในช่วง 8 ปี ถึง 16 ปี มีค่าเฉลี่ย 11.1 ปี คาบนี้เรียกว่า วัฏจักรของดวงอาทิตย์ (solar cycle) หรือ วัฏจักรของจุดดำ (sunspot cycle) หากเราเขียนแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนจุดดำบนดวงอาทิตย์กับเวลา โดยให้เวลาอยู่ในแนวนอน และจำนวนจุดดำเป็นแนวตั้ง จะพบว่ารูปกราฟที่ได้คล้ายกับคลื่นรูปฟันเลื่อย โดยช่วงขาขึ้น (จากช่วงที่มีจุดดำน้อยที่สุดไปสู่ช่วงที่มีจุดดำมากที่สุด) จะชันกว่าช่วงขาลงเล็กน้อย โดยเฉลี่ยแล้วช่วงขาขึ้นจะใช้เวลาประมาณ 4.8 ปี ส่วนขาลงใช้เวลาประมาณ 6.2 ปี

ตำแหน่งการเกิดของจุดดำก็มีลักษณะน่าสนใจอีกเช่นกัน หลังจากที่ดวงอาทิตย์เพิ่งพ้นจากช่วงต่ำสุดมาและกำลังจะเริ่มวัฏจักรใหม่ จุดดำจะเกิดขึ้นที่บริเวณละติจูดประมาณ 35 องศาทั้งซีกเหนือและซีกใต้ หลังจากนั้น จุดดำก็จะเลื่อนไหลไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ตามการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ พร้อม ๆ กับเคลื่อนเข้าหาเส้นศูนย์สูตรอย่างช้า ๆ แต่ก็ไปไม่ถึงเส้นศูนย์สูตรเพราะจุดดำนั้นสลายตัวไปเสียก่อน จุดดำที่เกิดขึ้นในรุ่นต่อ ๆ มาก็จะเกิดขึ้นอีกที่ละติจูดเริ่มต้นต่ำกว่าระดับของจุดดำรุ่นที่แล้วเล็กน้อย แล้วก็เคลื่อนเข้าหาเส้นศูนย์สูตรในลักษณะเดียวกัน จุดเริ่มต้นของการเกิดจุดดำจะเปลี่ยนตำแหน่งเช่นนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่งใกล้ถึงช่วงต่ำสุดของดวงอาทิตย์ ซึ่งเมื่อถึงช่วงนี้ละติจูดเฉลี่ยของจุดดำจะอยู่ประมาณ 7 องศา (เหนือและใต้) เท่านั้น หากเราสังเกตตำแหน่งของจุดดำทุก ๆ จุดอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอ แล้วนำตำแหน่งของจุดดำมาเขียนเป็นแผนภูมิ โดยให้แกนนอนเป็นเวลา และแกนตั้งเป็นละติจูดของจุดดำ แผนภูมิที่ได้จะมีลักษณะเหมือนกับใบมะกอก หรือผีเสื้อมาเกาะเรียงต่อ ๆ กัน แผนภูมินี้จึงมีเชื่อเรียกเฉพาะว่า แผนภูมิรูปผีเสื้อ (butterfly diagram)

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นที่บริเวณจุดดำบนดวงอาทิตย์จะมีทิศทางเดียวกันในแต่ละซีกดาว แต่ทิศทางของสนามแม่เหล็กนี้จะไม่คงทิศเดิมตลอดไป เพราะทุก ๆ ครั้งที่ถึงช่วงต่ำสุด (sunspot minimum) นั้น จะมีการสลับขั้วของสนามแม่เหล็กทั้งซีกเหนือและซีกใต้ของดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กในจุดดำของชุดใหม่จะมีทิศทางตรงข้ามกับชุดเดิม ดังนั้น วัฏจักรของสนามแม่เหล็กบนจุดดำของดวงอาทิตย์จึงเป็นสองเท่าของวัฏจักรของจุดดำ คือประมาณ 22.2 ปี

จากการสำรวจดวงอาทิตย์ของนักดาราศาสตร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน นักดาราศาสตร์ยังได้พบว่า ปรากฏวัฏจักรที่ยาวประมาณ 80 ปีซ้อนอยู่บนคาบ 11.1 ปีนี้อีกด้วย นอกจากนี้วัฏจักรของจุดดำบนดวงอาทิตย์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอมาตลอด ในปี ค.ศ. 1645 ถึง 1715 วัฏจักรของดวงอาทิตย์ได้หยุดชะงักไปนานถึง 70 ปี เป็นช่วงที่รู้จักกันในชื่อของ ช่วงต่ำสุดมอนเดอร์ (Maunder mininum) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวแทบจะไม่มีจุดดำเกิดขึ้นเลย

ลมสุริยะ

ในขณะที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง สิ่งที่เราเห็นเป็นเส้นรัศมีสว่างอยู่ล้อมรอบวงกลมสีดำนั้นคือบรรยากาศของดวงอาทิตย์ เรียกว่า คอโรนา (corona) คอโรนาเป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ แม้ว่าคอโรนาที่เรามองเห็นขณะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงจะมีรัศมีประมาณไล่เลี่ยกับรัศมีของดวงอาทิตย์ แต่แท้จริงแล้วคอโรนามีรัศมีกว้างไกลกว่านั้นมาก จากการศึกษาสเปกตรัมของคอโรนาพบว่าคอโรนามีอุณหภูมิสูงนับล้านองศาเซลเซียส พลังงานความร้อนที่สูงมากทำให้คอโรนาขยายตัวออกเรื่อย ๆ จนในที่สุดอนุภาคจะหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และหนีออกจากดวงอาทิตย์ไปทุกทิศทุกทาง จนกระทั่งห่อหุ้มและครอบคลุมระบบสุริยะทั้งหมด เราเรียกกระแสธารของอนุภาคที่พัดออกมาจากดวงอาทิตย์ว่า ลมสุริยะ (solar wind)

ลมสุริยะที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้จะมีความเร็วต่างกันตามละติจูดที่เกิด กล่าวคือ ลมสุริยุที่ขึ้นบริเวณขั้วเหนือและใต้ของดวงอาทิตย์จะมีความเร็วสูงมาก ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าบริเวณขั้วเหนือและใต้มักมี โพรงคอโรนา (coronal hole) ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ซึ่งโพรงคอโรนาเป็นที่ ๆ มีลมสุริยะความเร็วสูงและรุนแรงพัดออกมาจากดวงอาทิตย์ในบริเวณนั้น ในขณะที่ลมสุริยะที่เกิดขึ้นบริเวณแนวใกล้ศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์จะมีความเร็วต่ำ ลมสุริยะที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของคอโรนาในแนวศูนย์สูตรดวงอาทิตย์นี้มีความเร็วเริ่มต้นโดยเฉลี่ยประมาณ 450 กิโลเมตรต่อวินาที หลังจากนั้นจะเร่งความเร็วจนถึงราว 800 กิโลเมตรต่อวินาที

การเร่งความเร็วของลมสุริยะนี้ เป็นอีกหนึ่งในปริศนาของดวงอาทิตย์ เพราะนักดาราศาสตร์ได้ตั้งข้อสงสัยมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่เริ่มรู้จักลมสุริยะแล้วว่า เพราะเหตุใดลมสุริยะจึงเร่งความเร็วขึ้นมาได้ จนเมื่อปี 2541 นี้เอง ยานโซโฮและดาวเทียมสปาร์ตันได้พบว่าสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์มีการกระเพื่อมตลอดเวลา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลมสุริยะมีการเร่งความเร็วขึ้นก็ได้

แม้ลมสุริยะที่กล่าวมานี้จะมีความเร็วถึงเกือบพันกิโลเมตรต่อวินาที ใช้เวลาประมาณ 26 ชั่วโมงในการเดินทางผ่านอวกาศเป็นระยะทางราว 150 ล้านกิโลเมตรมาถึงโลก ถึงกระนั้นก็ยังจัดว่ามีความเร็วและความรุนแรงต่ำ และไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์และผลกระทบต่าง ๆ บนโลก ลมสุริยะที่มีความรุนแรงผันผวนและมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมากจะเกิดจากปรากฏการณ์อย่างอื่นที่มีความรุนแรงเกรี้ยวกราดมากกว่ามาก นั่นคือ แฟลร์ และ คอโรนัลแมสอีเจกชัน

แฟลร์

แฟลร์ (flare) เป็นการระเบิดอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ชั้นโครโมสเฟียร์ (chromosphere) และมักเกิดขึ้นเหนือรอยต่อระหว่างขั้วของสนามแม่เหล็ก เช่นบริเวณกึ่งกลางของจุดดำแบบคู่หรือท่ามกลางกระจุกของจุดดำที่มีสนามแม่เหล็กปั่นป่วนซับซ้อน

แฟลร์ให้พลังงานสูงมาก โดยเฉพาะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านรังสีเอกซ์และย่านอัลตราไวโอเลต พลังงานที่ได้จากแฟลร์ลูกหนึ่งอาจมากเท่า ๆ กับระเบิดไฮโดรเจนขนาด 100 เมกกะตัน 1 ล้านลูกรวมกัน แต่แฟลร์กลับให้ความสว่างไม่มากนักในย่านแสงขาวหรือแสงที่ตามองเห็น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะถ่ายภาพของแฟลร์ด้วยการถ่ายภาพธรรมดา แม้ว่าแฟลร์จะถูกค้นพบเป็นครั้งแรกจากภาพถ่ายแสงขาวก็ตาม

แฟลร์จะปรากฏในรูปของการเกิดแสงสว่างลุกจ้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ปล่อยพลังงานออกมาอย่างรุนแรง มีอุณหภูมิสูงถึงหลายล้านเคลวิน พร้อม ๆ กับสาดอนุภาคประจุไฟฟ้าออกมากอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ช่วยเสริมกำลังให้กับลมสุริยะให้เร็วและรุนแรงยิ่งกว่าในภาวะปกติมาก ลมสุริยะที่เกิดขึ้นจากแฟลร์มีความเร็วสูงมาก และสามารถเดินทางมาถึงโลกภายในเวลาไม่กี่สิบนาทีเท่านั้น

ในสนามแม่เหล็กแบบไบโพลาร์ซึ่งจะเกิดขึ้นกับคู่ของจุดดำเป็นบริเวณที่มักเกิดแฟลร์ขึ้นเสมอ และอาจเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ แม้ว่าดวงอาทิตย์จะไม่ได้อยู่ในช่วงสูงสุดก็ตาม เมื่อเกิดแฟลร์ขึ้นก็จะพัดลมสุริยะออกมาอย่างรุนแรง แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่ายังไม่มากนักหากเทียบกับแฟลร์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระจุกของจุดดำ เนื่องจากกระจุกของจุดดำมีสนามแม่เหล็กซับซ้อนและเข้มข้นมากกว่า เมื่อเกิดแฟลร์ขึ้นในบริเวณนี้จึงกลายเป็นแหล่งกำเนิดลมสุริยะที่รุนแรงมาก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่บางคนเรียกว่า พายุสุริยะ นั่นเอง

แฟลร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

จนถึงปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ยังไม่ทราบกลไกการเกิดแฟลร์อย่างแน่ชัดนัก จากการสังเกตการณ์ พบว่า แฟลร์มักเกิดร่วมกับจุดดำ โดยจะอยู่กึ่งกลางระหว่างจุดดำที่มีขั้วแม่เหล็กต่างกัน หรือเกิดขึ้นท่ามกลางกระจุกจุดดำที่มีสนามแม่เหล็กปั่นป่วน ตามสมมติฐานปัจจุบัน เชื่อว่า แฟลร์น่าจะเกิดจากการตัดขาดและเชื่อมต่ออีกครั้งของสนามแม่เหล็ก

คอโรนัลแมสอีเจกชัน

ปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ที่เกี่ยวข้องกับลมสุริยะอีกอย่างหนึ่งและมีความรุนแรงยิ่งกว่าแฟลร์ก็คือ คอโรนัลแมสอีเจกชัน (Coronal Mass Ejection-CME) เป็นปรากฏการณ์ที่มีการสาดมวลสารจำนวนมากออกมาจากดวงอาทิตย์ดูเหมือนฟองขนาดมหึมาถูกเป่าออกมาจากผิวดวงอาทิตย์ จนเกิดเป็นโพรงคอโรนาเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง อิออนจำนวนมหาศาลจากดวงอาทิตย์จะถูกเป่าออกสู่อวกาศด้วยความเร็วสูงนับพันกิโลเมตรต่อวินาที

แม้ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคอโรนัลแมสอีเจกชันมีสาเหตุมาจากอะไร แต่พบว่ามันมักเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์อื่นที่เกิดขึ้นระดับคอโรนาชั้นล่าง บ่อยครั้งที่พบว่าเกิดขึ้นร่วมกับแฟลร์หรือโพรมิเนนซ์ (prominence) แต่บางครั้งก็อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีปรากฏการณ์สองอย่างนี้เลย นอกจากนี้ความถี่ในการเกิดยังแปรผันตามวัฏจักรของดวงอาทิตย์อีกด้วย ในช่วงใกล้เคียงกับช่วงต่ำสุดของดวงอาทิตย์อาจเกิดคอโรนัลแมสอีเจกชันประมาณสัปดาห์ละครั้ง หากเป็นช่วงใกล้กับจุดสูงสุดของดวงอาทิตย์ ก็อาจเกิดขึ้นบ่อยถึงประมาณสองหรือสามครั้งต่อวัน

ผลกระทบของวัฏจักรดวงอาทิตย์ที่มีต่อโลก

นอกจากปรากฏการณ์แสงเหนือ-แสงใต้แล้ว ยังพบว่าปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ยังมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิและภูมิอากาศของโลกด้วย ดังตัวอย่างเช่น อุณหภูมิของบรรยากาศในชั้นสตราโตสเฟียร์พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัฏจักรที่มีคาบยาว 11 ปีเช่นเดียวกับวัฏจักรของดวงอาทิตย์เช่นเดียวกัน

ส่วนบรรยากาศชั้นล่างซึ่งเป็นชั้นที่เราสัมผัสอยู่นั้น การเปลี่ยนแปลงบนโลกที่จะเกิดขึ้นตามวัฏจักร 11 ปีของดวงอาทิตย์อาจไม่เด่นชัดนัก สาเหตุอาจเป็นเพราะระบบบรรยากาศชั้นล่างมีความซับซ้อนและมีตัวแปรของระบบมากกว่าบรรยากาศชั้นบน นอกจากนี้การที่ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรยากาศชั้นบนที่จะแพร่กระจายลงมาถึงบรรยากาศชั้นล่างต้องใช้เวลานานหลายปี ความผันแปรที่มีคาบเพียง 11 ปีจึงมีการหักล้างลบหายไปมากจนยากจะสังเกตได้ ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศชั้นล่างของโลกจึงมักขึ้นกับความเปลี่ยนแปลงของดวงอาทิตย์ที่มีคาบยาวกว่านั้น ดังเช่นในช่วงต่ำสุดมอนเดอร์ อากาศในยุคนั้นจะหนาวเย็นผิดปรกติ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ยุคน้ำแข็งน้อย” (Little Ice Age) ภูเขาน้ำแข็งได้แผ่กระจายออกจากขั้วโลกเป็นบริเวณกว้างที่สุดนับจากยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด แม่น้ำเทมส์ในประเทศอังกฤษถึงกับจับตัวเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาวเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าในช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นช่วงที่มีปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์รุนแรงต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ดินแดนตอนเหนือของโลกมีอุณหภูมิอบอุ่นเป็นพิเศษจนมีคนไปตั้งรกรากอาศัยอยู่บนแผ่นดินกรีนแลนด์ได้ แม้แต่ทุกวันนี้ยังมีอุณหภูมิหนาวกว่าในยุคนั้นเสียด้วยซ้ำ

ในช่วงจุดสูงสุดของดวงอาทิตย์ นอกจากลมสุริยะจะมีความเข้มข้นและรุนแรงมากกว่าในช่วงอื่น ๆ แล้ว ยังมีความผันผวนมากกว่าในช่วงอื่น ๆ อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงความเข้มของประจุไฟฟ้าบริเวณรอบ ๆ โลกทำให้สนามแม่เหล็กโลกมีการเปลี่ยนแปลงตาม การเปลี่ยนแปลงความเข้มสนามแม่เหล็กนี้อาจทำให้เกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้าขึ้นบนวัตถุใด ๆ บนผิวโลกที่เป็นตัวนำไฟฟ้าและมีความยาวมาก ๆ เช่น ท่อส่งน้ำมัน หรือสายไฟฟ้าแรงสูง เป็นต้น ซึ่งกรณีหลังอาจทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดและระบบส่งจ่ายไฟฟ้าขัดข้องได้ เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่หลายครั้งในอดีต ดังเช่นในปี 2532 ที่จังหวัดควิเบกของแคนาดา และที่เมืองหนึ่งในรัฐนิวเจอร์ซีของสหรัฐอเมริกา ก็คาดว่าเป็นผลจากพายุสุริยะเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้มักจะเกิดกับพื้นที่ ๆ ใกล้กับขั้วโลก สำหรับประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่แถบศูนย์สูตร จะมีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับจากสาเหตุนี้น้อยมาก ระบบอื่นที่อาจมีปัญหาก็คือ ระบบการสื่อสารที่ใช้การสะท้อนของสัญญาณกับบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ เพราะบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์นี้อาจเกิดการปั่นป่วนเมื่อถูกโจมตีจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์

แม้สิ่งที่ดวงอาทิตย์จะสาดออกมากระหน่ำโลกจะเป็นอนุภาคประจุไฟฟ้า แต่ตัวอนุภาคเหล่านั้นแทบจะไม่มีผลทางตรงต่อมนุษย์เลย เพราะโลกของเรามีสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดี ไม่ให้อนุภาคพลังงานสูงเหล่านั้นทะลุเข้ามาถึงบรรยากาศโลกหรือทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกได้ เมื่ออนุภาคประจุไฟฟ้าจากลมสุริยะเข้าใกล้โลก จะเปลี่ยนทิศทางและวิ่งตีเกลียวไปตามเส้นแรงแม่เหล็กโลกจนดูเหมือนกับอนุภาคเหล่านั้นถูกกักเอาไว้ในรูปของวงแหวนขนาดใหญ่รอบโลก เรียกว่า วงแหวนแวนอัลเลน (Van Allen Belt) มีอนุภาคเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้นที่เล็ดลอดตามแนวที่เส้นแรงแม่เหล็กตั้งฉากกับพื้นโลกเข้ามาถึงชั้นบรรยากาศได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถทะลุถึงพื้นโลกได้อยู่ดี เพราะเมื่ออนุภาคเหล่านี้กระทบถูกบรรยากาศโลกก็ถูกดูดกลืนพลังงานไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการเรืองแสงขึ้นเป็นปรากฏการณ์แสงเหนือ-แสงใต้นั่นเอง

การพยากรณ์พายุสุริยะ

ดังจะเห็นได้ชัดแล้วว่า ลมสุริยะหรือพายุสุริยะมีฤทธิ์เดชและอิทธิพลต่อโลกมากพอสมควร และสามารถสร้างความเสียหายแก่โลกได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องมีการเฝ้าติดตามดวงอาทิตย์เพื่อพยากรณ์พายุที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดจากลมสุริยะได้อย่างทันท่วงที

เราสามารถคาดการณ์สภาพลมฟ้าอากาศบนโลกและบรรยากาศชั้นล่างได้ จากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ถึงแม้ว่าวิทยาการด้านอุตุนิยมวิทยามีการพัฒนามาเป็นเวลานานและมีความก้าวหน้าความแม่นยำสูงมาก แต่สำหรับการพยากรณ์ลมฟ้าอากาศในชั้นบรรยากาศเบื้องสูงหรือสภาพต่าง ๆ เหนือชั้นบรรยากาศของโลกไปนั้น ยังเป็นศาสตร์ที่เพิ่งเริ่มต้นตั้งไข่เท่านั้น ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ขึ้นอยู่กับความเข้าใจกลไกทั้งหมดของระบบบรรยากาศเบื้องสูงและสภาพเหนือบรรยากาศโลกขึ้นไปรวมทั้งปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพยากรณ์บรรยากาศชั้นสูงในปัจจุบันนี้จึงเป็นการสังเกตการณ์จากการเกิดแฟลร์และโพรงคอโรนาเป็นสำคัญ

ตามที่เราได้ทราบแล้วว่า การประทุของลมสุริยะจะเกิดจากแฟลร์ขนาดใหญ่ที่มักเกิดบริเวณกระจุกของจุดดำหรืออาจเกิดจากคอโรนัลแมสอีเจกชัน ดังนั้นการจะรู้ว่าจะมีลมสุริยะรุนแรงพัดมาถึงโลกอาจพอคาดการณ์ได้จากแฟลร์ขนาดใหญ่หรือกระจุกจุดดำ หากกระจุกจุดดำมีตำแหน่งที่จะพาดผ่านหน้าดวงอาทิตย์ และหากมีการปะทุของแฟลร์ในช่วงที่หันมาทางโลกพอดี ก็มีโอกาสมากที่โลกจะถูกกระหน่ำโดยพายุสุริยะ

รูปร่างของแฟลร์บริเวณกระจุกจุดดำก็อาจถือเป็นสิ่งบอกเหตุได้ว่าจะทำให้เกิดการระเบิดใหญ่ นักดาราศาสตร์ได้สังเกตพบว่า เมื่อใดที่แฟลร์มีการบิดตัวอย่างรุนแรง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดขาดและลัดวงจรของสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการระเบิดอย่างรุนแรงได้

ขณะนี้มีดาวเทียมหลายดวงที่มีหน้าที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ตลอดเวลา ทำให้สามารถแจ้งเหตุการกระโชกของลมสุริยะที่เกิดจากคอโรนัลแมสอีเจกชันล่วงหน้าได้ประมาณ 1 หรือ 2 วันก่อนที่จะพัดมาถึงโลก ส่วนลมสุริยะที่แรงและเร็วที่สุดจะสามารถเตือนล่วงหน้าได้ประมาณครึ่งชั่วโมง เวลาเท่านี้ถือว่าเพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าที่จะเตรียมการระบบจ่ายไฟหรือระบบป้องกันฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับความแปรปรวนที่จะเกิดขึ้นจากสนามแม่เหล็ก และยังนานพอที่จะเตือนนักดาราศาสตร์และประชาชนให้ตื่นขึ้นมาดูแสงเหนือ-แสงใต้ได้

ระยะเวลาล่วงหน้าของการพยากรณ์นี้ถูกจำกัดจากหลายปัจจัย เช่นโดยธรรมชาติที่มีอายุสั้นของแฟลร์ และโดยความที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงกลไกการเกิดแฟลร์และคอโรนัลแมสอีเจกชัน ตำแหน่งการสังเกตการณ์ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการพยากรณ์อีกด้วย การสังเกตการณ์จากโลกและดาวเทียมบริเวณโลกจะมองเห็นผิวของดวงอาทิตย์ได้เฉพาะด้านที่หันเข้าสู่โลกเท่านั้น แต่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนผิวดวงอาทิตย์ด้านตรงข้ามได้เลย หากสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ฝั่งตรงข้ามได้แล้ว นักดาราศาสตร์คงจะสามารถพยากรณ์การเกิดพายุสุริยะล่วงหน้าได้นานขึ้น

ความหวังของนักดาราศาสตร์เริ่มสดใสขึ้นเมื่อดาวเทียมโซโฮ (SOHO) สามารถมองเห็นสภาพของดวงอาทิตย์ฝั่งตรงข้ามได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวดาวเทียมเองอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับโลก

เคล็ดลับของโซโฮอาศัยหลักการว่า ลมสุริยะที่พัดออกจากดวงอาทิตย์จะพัดพาอะตอมไฮโดรเจนที่กระจัดกระจายอยู่บริเวณสุริยะชั้นในไปรวมตัวเป็นชั้นของไฮโดรเจนโดยรอบ จนดูเหมือนกับว่ามีฟองก๊าซไฮโดรเจนล้อมรอบระบบสุริยะชั้นใน ฟองไฮโดรเจนนี้มีความหนาแน่นประมาณ 100 อะตอมต่อลิตร ถึงแม้ว่าจะเบาบางมาก แต่ก็ยังหนาแน่นพอที่จะเรืองแสงอัลตราไวโอเลตได้ เมื่อรังสีที่ปล่อยจากบริเวณกลุ่มจุดดำหรือแฟลร์บนดวงอาทิตย์กระทบถูกผนังของฟองนี้ จะกระตุ้นให้มีการเรืองแสงอัลตราไวโอเลตบริเวณที่ตรงกับด้านที่เกิดแฟลร์บนดวงอาทิตย์ซึ่งตรวจจับได้โดยกล้องสวอน (SWAN-Solar Wind Anisotropies) ของโซโฮ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่เราสามารถรับรู้ถึงการปะทุของแฟลร์บนดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านตรงข้ามกับโลกได้ โดยการสังเกตการเรืองแสงของฟองไฮโดรเจนนี้ ภาพของจุดเรืองแสงที่ปรากฏบน “จอ” นี้จะเคลื่อนที่ไปตามการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์

คาดหมายความเสียหายที่จะเกิดในรอบนี้

ในขณะนี้ (ต้นปี 2543) จำนวนจุดดำบนดวงอาทิตย์กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับตามวัฎจักรของดวงอาทิตย์ ช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะจะกินระยะเวลายาวนานพอสมควร โดยอาจจะนานหลายเดือนหรืออาจเกิน 1 ปี สำหรับช่วงสูงสุดในครั้งนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2543 จนถึงกลางปี 2544

คาดว่าการขึ้นถึงจุดสูงสุดของวัฎจักรรอบนี้น่าจะเป็นครั้งที่สร้างความเสียหายมากที่สุด แต่สาเหตุไม่ใช่เพราะว่าความปั่นป่วนของดวงอาทิตย์จะมีความรุนแรงมากกว่ารอบอื่น หากเป็นเพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมายที่อ่อนไหวต่อลมสุริยะมากกว่าเมื่อ 11 ปีที่แล้วมาก อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุติดตามตัว ระบบนำร่องด้วยจีพีเอส เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้ ล้วนต้องพึ่งพาระบบดาวเทียมสื่อสาร ซึ่งลอยตัวอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโลกนับหมื่นกิโลเมตร หากดาวเทียมสื่อสารที่ใช้งานอยู่เกิดเสียหายหรือขัดข้องจากการถูกโจมตีของลมสุริยะ ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากทั้งทางเศรษฐกิจและในด้านความปลอดภัย ดังนั้นผู้ที่ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมจึงจำเป็นต้องมีแผนสำรองเอาไว้ในช่วงเวลาดังกล่าวเผื่อระบบดาวเทียมเกิดขัดข้องจริง ๆ นักเดินเรืออาจจะต้องพกแผนที่กับเข็มทิศออกเดินเรือด้วย เพราะวิธีบอกตำแหน่งแบบโบราณอย่างนี้อาจจำเป็นต้องนำมาใช้ หากระบบจีพีเอสขัดข้องในระหว่างเดินเรือ เป็นต้น

จะเห็นว่า ผลเสียที่เกิดขึ้นนั้น จะเกิดขึ้นกับดาวเทียมเป็นส่วนใหญ่ซึ่งอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโลก แต่จะไม่มีผลร้ายโดยตรงกับร่างกายหรือชีวิตของมนุษย์ที่อยู่บนพื้นโลก เพราะอนุภาคอันตรายจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถทะลุทะลวงเข้ามาถึงพื้นโลกได้ เนื่องจากโลกของเรามีเกราะกำบังหลายชั้น ทั้งวงแหวนแวนอัลเลนและบรรยากาศของโลก แม้แต่นักบินอวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนอวกาศ ก็ยังคงปลอดภัยจากลมสุริยะเพราะมียานอวกาศและชุดอวกาศเป็นสิ่งคุ้มกันอย่างดีอยู่แล้ว

ถึงตอนนี้เราได้รู้จักกับลมสุริยะ พายุสุริยะ ตลอดจนปรากฏการณ์ข้างเคียงต่าง ๆ รวมถึงธรรมชาติของดวงอาทิตย์ได้ในระดับหนึ่ง หวังว่าเราคงจะประเมินภาพคร่าว ๆ ของผลกระทบจากพายุสุริยะที่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2543-44 นี้ได้พอสมควร และสามารถพิจารณาได้ว่าควรจะตื่นกลัวหรือตื่นเต้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้มากน้อยเพียงใด

ยานสำรวจสหรัฐเผยข้อมูลใหม่ “ลมสุริยะ” (คลิป)

ยานสำรวจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ องค์การนาซา ส่งข้อมูลชุดใหม่จำนวนมาก ลงมายังศูนย์ควบคุมบนพื้นโลก ทำให้คณะนักวิทยาศาสตร์ได้ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับลมสุริยะ และสภาพภูมิอากาศในอวกาศ ขณะที่ยานกำลังบินผ่านชั้นนอกสุด ของชั้นบรรยากาศรอบดวงอาทิตย์

น.ส.อเลดา ฮิกกินสัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน จากศูนย์วิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า ข้อมูลจากยานสำรวจดวงอาทิตย์ พาร์คเกอร์ (Parker Solar Probe) ซึ่งออกเดินทางจากโลกเมื่อปี พ.ศ. 2561 และเดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด มากกว่าวัตถุใดๆ ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์เท่าที่เคยมีมา ทำให้ได้ทราบรายละเอียดใหม่ เกี่ยวกับวิธีที่ดวงอาทิตย์ก่อกำเนิดสภาพภูมิอากาศในอวกาศ ซึ่งถือเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจใหม่สำหรับนักดาราศาสตร์ เกี่ยวกับลมสุริยะที่รุนแรงมหาศาล ที่สามารถขัดขวางการทำงานของดาวเทียมในอวกาศ รวมทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์บนพื้นโลก
น.ส.ฮิกกินสัน กล่าวว่า ยานสำรวจพาร์คเกอร์ เริ่มไขปริศนาคาใจหลายอย่าง ของบรรดานักวิทยาศาสตร์ ที่มีมานานกว่า 50 ปี โดยหนึ่งใน “ความน่าประหลาดใจครั้งใหญ่มาก”คือ ยานพาร์คเกอร์สามารถตรวจจับความเร็วของลมสุริยะที่ปะทุอย่างกะทันหันและรุนแรง จนทำให้สนามแม่เหล็กพลิกกลับไปมา
ทั้งนี้ โลกมนุษย์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 149.6 ล้านกิโลเมตร ยานสำรวจพาร์คเกอร์ขององค์การนาซา เดินทางรอนแรมผ่านอวกาศ เข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์ ในระยะห่างประมาณ 24 ล้านกิโลเมตร เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่งกลับมายังพื้นโลก โดยท้ายที่สุด องค์การนาซาตั้งเป้าหมายควบคุมยานพาร์คเกอร์ ให้เคลื่อนตัวเข้าไปในระยะประมาณ 4 ล้านกิโลเมตร จากพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ซึ่งใกล้กว่ายานสำรวจอื่นๆ เคยทำได้ถึง 7 เท่า.

  • Total count of Like 0
  • Total count of Comment 0
  • LINE share button
  • Facebook share button
  • Twitter share button

ดูเพิ่มเติม

ผืนนี้ “หญิงลี” จัดให้ จัดหนักของขวัญวันพ่อ

“ฟ้าใส” สื่อนอกรุมสัมภาษณ์ ขึ้นแท่นตัวเก็งที่1 ลุ้น Miss Universe 2020

เสียชีวิตแล้ว! นักบิดฟิลิปปินส์ วัย16 แหกโค้งที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์ (คลิป)

เว็บภัยพิบัติ Paipibat.com

ให้ความจริง ให้ความรู้ ทางภัยพิบัติ เพื่อสู้ข่าวลือ ลดความตื่นกลัว

คลังเก็บป้ายกำกับ: ลมสุริยะ

รายงานภัยพิบัติประจำอังคาร 21 มีนาคม 60

เหตุการณ์วันนี้

  • 19:15 ฝนตก ร้อยเอ็ด สกลฯ นครพนม
  • 19:00 หย่อมความกดอากาศต่ำ 99S ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียมีแนวโน้มทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไซโคลนในสัปดาห์หน้า ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำแกนเย็นก่อให้เกิดฝนตกในหลายจังหวัดของญี่ปุ่นในเวลานี้
  • 17:00 เรดาร์ TMD พบกลุ่มฝนใน จ.ยโสฯ อำนาจ นครพนม และบางอำเภอของจังหวัดใกล้เคียงเวลานี้
  • 16:27 ผลจากหลุมโคโรนาหมายเลข 72 บนดวงอาทิตย์มาถึงโลกแล้ว ลมสุริยะทวีความเร็วขึ้นเป็น 536 กม./วินาที นักล่าแสงเหนือเตรียมตัวพบความสวยงาม
  • 15:09 ฝนตกหนัก ลมแรง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
  • 11:29 แผ่นดินไหวขนาด 4.7 ลึก 10 กม.พิกัด 80.01°W 3.69°S พรมแดนเปรู เอกวาดอร์
  • 10:30 เรดาร์ของ TMD แสดงกลุ่มฝนเวลานี้ ใน จ.สกล จ.อุบลฯ จ.ยโสธร และอำนาจเจริญ เคลื่อนตัวจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือ
  • 07:23 หลุมโคโรนาหมายเลข 72 บนดวงอาทิตย์หันหน้ามาตรงกับโลกแล้ว คาดหมายว่าลมสุริยะจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นใน 24 ชั่วโมงนี้ เป็นโอกาสดีสำหรับการเกิดแสงเหนือ
  • 06:50 ทั่วโลกยังไม่พบการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนทุกชนิด ในทุกมหาสมุทร
  • 06:44 แผ่นดินไหวขนาด 4.0 (mb) ลึก 10 กม. พิกัด 47.86°E 32.40°N ประเทศอิหร่าน
  • แผนที่อากาศจากกรมอุตุวันนี้ ตีหนึ่ง / เจ็ดโมงเช้า / บ่ายโมง / หนึ่งทุ่ม

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ

  • กราฟแผ่นดินไหวจากสถานี อ่างเก็บน้ำสอง จ.แพร่ ของกรมอุตุจากเวลา 07:00 เมื่อวานนี้ถึง 07:00 เช้านี้

รายงานภัยพิบัติประจำเสาร์ 18 มีนาคม 60

เหตุการณ์วันนี้

  • 1808 เกิดเมฆอาร์คัส หรือเมฆกันชน มองเห็นได้จาก ริมถนนสายเสลภูมิ-ยโสธร ต.กลาง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมฆเคลื่อนจากตะวันตกไปตะวันออก ไม่นานก็สลายตัวไป ไม่มีฝนตก ภาพนี้ถ่ายโดย นายเฉลิมพล ไสยศาสตร์ อายุ 31 ปี พนักงานการตลาดสหกรณ์การเกษตรเสลภูมิจำกัด
  • 11:50 ฝนตก อ.พานทอง อ.พนัสนิคม อ.เมือง จ.ชลบุรี อ.อุทัย อ.เมือง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
  • 10:40 ฝนตก แถบชลบุรี พัทยา
  • 07:24 หลุมโคโรนาหมายเลข 72 บนดวงอาทิตย์กำลังจะหันมาตรงกับโลกในวันสองวันนี้ ลมสุริยะจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.เป็นต้นไป นักล่าแสงเหนือเตรียมชมความงาม
  • ฝนหนักมากถล่มเปรู เกิดน้ำท่วมโคลนถล่ม บ้านพัง 115,000 หลัง สะพาน 100+ แห่ง
    ปชช เสียชีวิต 67+ ราย ที่มา
  • แผนที่อากาศจากกรมอุตุวันนี้ ตีหนึ่ง / เจ็ดโมงเช้า / บ่ายโมง / หนึ่งทุ่ม

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ

  • กราฟแผ่นดินไหวจากสถานี อ่างเก็บน้ำสอง จ.แพร่ ของกรมอุตุจากเวลา 07:00 เมื่อวานนี้ถึง 07:00 เช้านี้

รายงานภัยพิบัติประจำอาทตย์ 6 มีนาคม 2559

เหตุการณ์วันนี้

  • 23:00 หลุมสุริยะบนดวงอาทิตย์ทำให้ลมสุริยะพัดแรงขึ้น ประจวบกับสนามแม่เหล็กโลกกำลังเบี่ยงไปทางใต้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดพายุแม่เหล็กโลกขึ้น
  • 21:29 ฝนตก อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร
  • 07:54 แ่ผนดินไหวขนาด 5.1 ลึก 10 กม. พิกัด 80.40°W 1.03°S ชายฝั่งเอกวาดอร์
  • จ.นครราชสีมา ขาดน้ำดิบผลิตน้ำประปา หลังน้ำในเขื่อนหลักลดลงอย่างต่อเนื่อง ข่าว PPTV
  • จ.อุตรดิตถ์ ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งที่ อ.ท่าปลา (ภาพ-ข่าว ไทยรัฐ)
  • แผนที่อากาศจากกรมอุตุวันนี้ ตีหนึ่ง / เจ็ดโมงเช้า / บ่ายโมง / หนึ่งทุ่ม

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ

  • กราฟแผ่นดินไหวจากสถานี CMMT จ.เชียงใหม่ ของกรมอุตุจากเวลา 07:00 เมื่อวานนี้ถึง 07:00 เช้านี้

รายงานภัยพิบัติประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2556

เหตุการณ์วันนี้

  • 19:00 พายุโซนร้อนคอสเม Cosme ทวีกำลังเป็นพายุเฮอริเคน
  • 17:00 ฝนตกบางนา พระโขนง
  • 16:15 ฝนตกเขตจอมทอง ภาษีเจริญ บางแค พญาไท ราชเทวี ดินแดง
  • 16:00 มีรายงานลูกเห็บตกในสิงคโปร์
  • 14:41 นราธิวาส หมอกควันหนาแน่นปกคลุมทั่วเมืองเป็นวันที่ 5 ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่เกิน 2 กม.
  • 12:00 ดวงอาทิตย์หันหลุมโคโรนาขนาดใหญ่ตรงมาทางโลก ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ลมสุริยะมีความเร็วเพิ่มขึ้นใน 2-3 วันนับจากนี้
  • 10:00 สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 1 กระทรวงทรัพย์ฯ ออก รายงานหมอกควันฉบับที่ 1-56 และ รายงานหมอกควันฉบับที่ 2-56
  • 09:00 เกิดหลุมยุบริมหาด Zambales ในฟิลิปปินส์ ทางการห้าม ปชช ลงเล่นน้ำบริเวณนี้ชั่วคราว (ภาพจาก http://www.philstar.com)
  • 08:40 พนังกั้นน้ำที่พังปี 54 แต่ยังไม่มีการซ่อม น้ำไหลเข้ามาตรงช่องนี้ มีกระสอบทรายกั้น แต่เมื่อคืนเอาไม่อยู่
  • 08:36 จุดเกิดเหตุ ทำน้ำท่วมเมื่อคืนนี้ ที่ซ.สุขุมวิท50 ชุมชนเริ่มเจริญ,ชุมชนเปรมฤทัย พนังกั้นน้ำริมคลองพระโขนงพังตั้งแต่ปี 54 ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เอียงลงไปเรื่อยๆตามแนวนี้ เช้านี้สำนักการระบายน้ำยังเร่งเสริมความสูงกระสอบทราย ให้ได้ตามพนังกั้นน้ำเดิม 2.85ม. ตอกไม้เป็นฐานด้วย รายงานโดย @Pacharapapon จากคมชัดลึก TV
  • 08:00 ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ในจังหวัดนราธิวาส เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสีเหลือง ซึ่งถือว่าเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กและผู้สูงอายุ ตามตาราง AQI ของไทยเองด้านล่าง
  • 07:00 ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ในสิงคโปร์ ลดลงจากเมื่อวานอีก มาอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายเฉพาะคนแพ้ง่าย (สีส้ม) แต่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ในมาเลเซีย โดยเฉพาะใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในเช้านี้ ตารางเทียบตัวเลข AQI ค่าสี ที่คำนวนมาจากองค์ประกอบต่างๆของอากาศ (ตารางนี้ใช้กับแผนที่คุณภาพอากาศของมาเลย์และสิงค์โปร์)
  • 05.04 แผ่นดินไหวขนาด 6.4 บริเวณ ทางเหนือของ สันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติค ที่ความลึก 10.00 กม. แผ่นดินไหวแถวนี้จะไม่เกิดสึนามิ เพราะเป็นชนิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกแบบ transform ( สันเขากลางมหาสมุทร เป็นจุดที่เปลือกโลกแยกตัวออกหรือ divegent)
  • 03:20 พบทอร์นาโด 1 ลูกแถบบลูกลาส รัฐไอโอวา
  • 02:34 บ.เสาเดี่ยว อ.โชคชัย โคราช ฝนตกหนัก
  • 01:30 กรณีน้ำท่วมขังชุมชนหิมะทองคำ ซอยสุขุมวิท 50 จนท.สำนักการระบายน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมและน้ำแห้งเป็นปกติแล้ว
  • 01:00 สภาพน้ำท่วมล่าสุดในเมือง Canmore ห่างไป 81 กม. ทางตะวันตกของคัลการี อัลเบอตา แคนาดา
  • 00:00 ค่า Ao Index จาก1 มีนาคมปีนี้ ถึงขณะนี้
  • อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 105 หมู่บ้าน
  • ภาพวิเคราะห์ดาวเทียมจากกรมอุตุ เวลา ตีสี่
  • แผนที่อากาศจากกรมอุตุวันนี้ ตีหนึ่ง / เจ็ดโมงเช้า / บ่ายโมง / หนึ่งทุ่ม

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ (มีปัญหาในการรายงานค่าความลึก )

  • คลื่นแผ่นดินไหวจากสถานี CMMT เชียงใหม่ของกรมอุตุจากเวลา 07:00 เมื่อวานนี้ถึง 07:00 เช้านี้

แผ่นดินไหวทั่วโลก ยกเว้นในไทยและใกล้เคียงหากต่ำกว่า M4.5 (จาก USGS)

รายงานภัยพิบัติประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2556 (วันครีษมายัน)

เหตุการณ์วันนี้

  • 23:50 ยอดตายจากน้ำท่วมอินเดีย ใกล้ 600 ศพ หลังพบศพจำนวนมากในรัฐอุตรขัณฑ์
  • 23:00 พายุโซร้อนเบบินคา เปลี่ยนใจไม่เข้าจีน เอียงลงมาหาเวียดนามอีกครั้ง
  • 22:00 ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “เบบินคา” (BEBINCA) ” ฉบับที่ 3 กดอ่าน
  • 21:00 พายุดีเปรสชันหลี่ผีและพายุโซร้อนเบบินคา แยกย้ายกันเข้าจีนและญี่ปุ่น ด้วยความเร็วลมและเส้นทางพายุตามภาพจาก TSR
  • 17:30 JTWC ประกาศการสลายตัวของพายุดีเปรสชันหลี่ผีแล้ว คงเหลือแต่พายุโซนร้อนเบบินคา
  • 17:00 หมอกควันจากไฟป่าที่อินโดนีเซียยังปกคลุมประเทศสิงค์โปร์อย่างต่อเนื่อง
  • 15:00 ไต้หวันยืนยันการพบผู้ติดเชื้อ H6N1 รายแรก
  • 14:00 พายุดีเปรสชัน 05W ทวีกำลังเป็ฯพายุโซนร้อน ได้ชื่อเรียกว่า เบบินคา ( ชื่อขนมพุดดิงของมาเก๊า) ทาง TSR ปรับเส้นทางพายุอีกครั้ง ดังภาพ
  • 12:30 ผลจากหลุมโคโรนาที่หันมาตรงกับโลกเมื่อ 3-4 วันก่อนหน้านี้ ขณะนี้ลมสุริยะ ทวีความเร็วขึ้นเป็น 492 กม/วินาที เริ่มมีการรบกวนสนามแม่เหล็กโลก ค่า kp เพิ่มไปที่ระดับ 4 ผลของปรากฏการณ์นี้ไม่มีผลต่อเมืองไทย แต่ประเทศในแถบอาร์คติคจะมีโอกาสได้เห็นแสงออโรราสวยๆ
  • 11:00 ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “เบบินคา” (BEBINCA) ” ฉบับที่ 2 กดอ่าน
  • 10:30 ฝนตกหลายเขตใน กทม
  • 10:14 เกิดการปะทุระดับ M2.9 ที่จุดดับหมายเลข 1777 บนดวงอาทิตย์ ประเทศแถบซีกโลกเหนือจะได้เห็นแสงออโรรา
  • 10:00 ทางอุตุนิยมฯของญี่ปุ่นหรือ JMA คำนวนเส้นทางพายุดีเปรสชัน 05W หรือเบบินคา ( ชื่อขนมพุดดิงของมาเก๊า) ว่าจะขึ้นฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
  • 09:00 ลูกเห็บก้อนใหญ่พร้อมลมแรงตกในเมือง Waal ประเทศเยอรมัน
  • 08:00 ยอดตายจากน้ำท่วมอินเดียอยู่ที่ 150 ศพ ยังเพิ่มไม่หยุด
  • 07:30 พายุดีเปรสชัน 05W ในทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าจีน แทนการขึ้นฝั่งที่เวียดนาม
  • 06:30 พายุโซนร้อนหลี่ผี เคลื่อนที่เลยเกาะไต้หวันแล้ว ลดกำลังลงเป็นดีเปรสชัน กำลังจะเลี้ยวขวา เข้าญี่ปุ่น
  • 05:30 JTWC ประกาศให้สถานะของพายุหลี่ผีสลายตัวแล้ว โดยให้เป็น RMNTS ดังภาพ
  • 05:00 พายุดีเปรสชันแบรี มีแนวโน้มอ่อนตัวลงและสลายตัวในวันนี้ หลังขึ้นฝั่งที่ประเทศเม็กซิโก
  • 04:15 ภาพจากดาวเทียม GOES-13 แสดงตำแหน่งและลักษณะเมฆล่าสุด ของพายุดีเปรสชันแบรีที่เม็กซิโก
  • 04:00 พายุหมุนเขตร้อนทั้ง 3 ลูกลดกำลังลงเป็นดีเปรสชันทั้งหมด โดยมีพิกัดและความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางตามภาพด้านล่างนี้
  • 02:00 ปัญหาหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์ที่มีมี่มาจากการเผาป่าในอินโดฯยังไม่ยุติ โดยระดับตัวเลขของฝุ่นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 (ภาพจาก NYTimes) [กดดูค่าปริมาณฝุ่นแบบ Online]
  • 01:00 เกิดฝนหนักน้ำท่วมในเมือง Calgary จังหวัด Alberta ของแคนาดา
  • ภาพวิเคราะห์ดาวเทียมจากกรมอุตุ เวลา ตีสี่
  • แผนที่อากาศจากกรมอุตุวันนี้ ตีหนึ่ง / เจ็ดโมงเช้า / บ่ายโมง / หนึ่งทุ่ม

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ (มีปัญหาในการรายงานค่าความลึก )

  • คลื่นแผ่นดินไหวจากสถานี CMMT เชียงใหม่ของกรมอุตุจากเวลา 07:00 เมื่อวานนี้ถึง 07:00 เช้านี้

แผ่นดินไหวทั่วโลก ยกเว้นในไทยและใกล้เคียงหากต่ำกว่า M4.5 (จาก USGS)

รายงานภัยพิบัติประจำวันที่ 30 มีนาคม 2556

เหตุการณ์วันนี้

  • 20:50 ทั่วโลกยังไม่พบการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนทุกชนิด ในทุกมหาสมุทร
  • 18:10 ลูกเห็บตกเชียงราย

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียงจากกรมอุตุ (มีปัญหาในการรายงานค่าความลึก )

  • รูปคลื่นแผ่นดินไหวจาก CHTO ประจำวันนี้

แผ่นดินไหวทั่วโลก ยกเว้นในไทยและใกล้เคียงหากต่ำกว่า M4.5 (จาก USGS)

รายงานภัยพิบัติประจำวันที่ 9 มกราคม 2556

เหตุการณ์วันนี้

  • 18:00 ฝนหนักถล่มเท็กซัส มีถนนอย่างน้อย 18 สายในซานแอนโตนิโอ ที่ต้องปิดเพราะน้ำท่วม
  • 17:00 พายุโซนร้อน NARELLE ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไซโคลน มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุ 65 น็อต
  • 13:00 JTWC ประกาศการสลายตัวของพายุดีเปรสชันโซนามูแล้ว โดยให้เป็นส่วนที่หลงเหลือ หรือ RMNTS
  • 06:30 กราฟ SN ล่าสุดออกมาแล้ว จุดสุดท้ายของกราฟที่เว้นว่างไว้ท้ายปี 2020 ได้รับการเติมเต็ม จะเห็นว่าจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์ปลายปี 2020 ลดต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อเหลือไม่ถึง 40 จุด ซึ่งขัดแย้งกับคำทำนายเรื่องวันสิ้นโลกเป็นอย่างมาก และต่ำกว่าการประเมิณของนาซาเองอีกด้วย (เส้นสีแดงคือการประเมินจำนวนจุดดับที่ควรเป็น ) ซึ่งการลดต่ำมากๆของจุดดับไม่ใช่เรื่องดี เพราะหากมีผลไปจนลมสุริยะลดความเร็วลงต่ำเป็นเวลานาน อาจทำให้เกราะป้องกันระบบสุริยะหรือ heliosphere ลดกำลังลง เปิดโอกาสให้อนุภาคแปลกปลอมจากภายนอกระบบสุริยะ หลุดเข้ามาได้มากกว่าปกติ อนุภาคพวกนี้คือสิ่งที่เรียกรวมๆกันว่ารังสีคอสมิค ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตหากทะลุเกราะป้องกันด่านที่สองและสามคือสนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศโลกลงมาได้
  • 04:10 พายุดีเปรสชันโซนามูอาจสลายตัวก่อนขึ้นฝั่งเกาะบอร์เนียว ล่าสุดลดความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเหลือเพียง 20 น็อต
  • วันนี้ กรมชลฯ ระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล 313 ลบ.ม./วิ สิริกิติ์ 294 ลบ.ม./วิ แควน้อย 39 ลบ.ม./วิ นเรศวร 180 ลบ.ม./วินครสวรรค์ 483 ลบ.ม./วิ เจ้าพระยา 64 ลบ.ม./วิ บางไทร 142 ลบ.ม./วิ ป่าสัก 40 ลบ.ม./วิ พระรามหก 8 ลบ.ม./วิ
  • ออสเตรเลีย – ขณะนี้เป็นหน้าร้อน สภาพอากาศร้อนจัดกว่า 40.3°C อากาศแล้งและลมแรง ทำให้ทั่วออสเตรเลียเผชิญไฟป่าที่ลุกลามไปในหลายพื้นที่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยได้เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นในรัฐนิวเซาท์เวลล์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย รวมเกิดไฟป่าแล้ว 130 จุด และยังไม่สามารถควบคุมได้กว่า 40 จุด
  • เชียงใหม่ – ประกาศพื้นที่ภัยหนาว 18 อำเภอ

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียง (จาก TMD) (วัดความลึกไม่ได้)

  • 08:41 แผ่นดินไหว พรมแดนพม่า-อินเดีย (25.49,94.79) ขนาด 5.9

แผ่นดินไหวทั่วโลก ยกเว้นในไทยและใกล้เคียง (จาก USGS)

รายงานภัยพิบัติประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2555

เหตุการณ์วันนี้

  • 23:30 JTWC ยกระดับความกดอากาศต่ำ 93W เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง แต่ยังคงไม่ประกาศยืนยันว่าเป็นพายุ
  • 22:30 ประกาศเตือนภัย- อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนัก คลื่นลมแรง บริเวณภาคใต้ กดอ่าน
  • 19:28 ภาพถ่ายล่าสุดขณะนี้ จากยาน SDO ในย่านแสง 193 อังสตรอม พบช่องโหว่ในบรรยากาศชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์ (สีดำกลางภาพ) ลมสุริยะที่่ออกจากฃ่องนี้จะมาถึงโลกใน 3 วัน ความเร็วลมที่สงบในขณะนี้อาจเพิ่มขึ้น
  • 13:00 อุตุฯระบุการก่อตัวของพายุดีเปรสชัน TD27W ที่ฟิลิปปินส์ในแผนที่อากาศเวลานี้ ในขณะที่ทาง JTWC ยังให้หย่อมความกดอากาศต่ำ 93W ไม่มีสภาพเป็นพายุ (ตามสไตล์ของเจ้านี้ คือประกาศก่อตัวช้าแต่ประกาศสลายตัวเร็ว)
  • 11:30 กรมอุตุ ออกประกาศเตือนภัย- อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 12 กดอ่าน
  • 11:00 พายุโซนร้อน TC04A ยังเคลื่อนตรงเข้าหาประเทศโซมาเลีย คาดว่าจะขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้
  • 10:05 นราธิวาส – ฝนตกต่อเนื่อง คลองตันหยงมัส แม่น้ำบางนรา น้ำกำลังล้นตลิ่งในบางพื้นที่ ระดับน้ำที่ สะพานลันตู อ.สุไหงโก-ลก ล้านตลิ่งแล้ว 30 ซม.
  • 09:00 สนามแม่เหล็กโลก เงียบสงบอย่างยิ่ง ค่า kp อยู่ที่ 0 และ 1
  • 07:35 ชุมพรฝนตกหนัก
  • 06:30 กทม 23°C หาดใหญ่ 24°C ปราจีน 23°C ลพบุรี 23 ลำพูน 21°C เชียงใหม่ 21°C อุบล 16°C หนองคาย 15°C
  • 01:00 แผนที่อากาศจากกรมอุตุ ความกดอากาศสูงจากจีน แผ่ลงมาถึงกรุงเทพแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงอน่างรวดเร็ว
  • 00:20 สงขลาฝนตกหนัก
  • 00:10 ลมสุริะลดความเร็วเหลือ 320 กม/วินาที สภาพอวกาศรอบโลกสงบเงียบ
  • อินเดีย – ภัยหนาวคุกคาม ชาวอุตตระประเทศ โดนคลื่นความเย็น ตาย 26 ราย
  • ศรีลังกา – ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมใหญ่อยู่ที่ 42 ราย บาดเจ็บ 21 ไร้ที่อยู่ 222,699 ราย บ้านเรือนเสียหาย 3,136 หลัง
  • เชียงใหม่ – ทางจังหวัดประกาศภัยพิบัติหนาว 15 อำเภอ จาก 25 อำเภอ โดยเฉพาะ อ.อมก๋อย ประกาศทั้งพื้นที่ภัยพิบัติหนาวและแล้ง เนื่องจากแวดล้อมด้วยป่าเขา
  • นราธิวาส – น้ำท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอสุคิริน , อำเภอแว้ง , อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังเป็นช่วงๆในที่ราบลุ่ม ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 30-50 เซนติเมตร
  • พัทลุง – น้ำท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง, อำเภอเขาชัยสน , อำเภอศรีนครินทร์ และอำเภอควนขนุน ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 30 เซนติเมตร ชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 2,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 5,000 ไร่
  • ฝนตกหนัก น้ำเอ่อจากแม่น้ำหลายสายเข้าท่ว มหลายพื้นที่ในประเทศอังกฤษ สก็อตแลนด์
  • ชิลี – ทางการประกาศยกระดับการเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุด (red alert) หลังภูเขาไฟโคปาอวย (Copahue) ซึ่งทอดตัวขนานไปกับแนวชายแดนชิลีและอาร์เจนตินามีการปะทุรุนแรงขึ้นแต่ยังไม่สั่งอพยพประชาชน เนื่องจากไม่มีเมืองใดที่จัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ภาพข่าวจากรอยเตอร์

แผ่นดินไหวในไทยและใกล้เคียง (จาก TMD)

  • 22:41 แผ่นดินไหว ประเทศพม่า (20.46,97.90) ขนาด 3.4 ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 110 กม.

แผ่นดินไหวทั่วโลก ยกเว้นในไทยและใกล้เคียง (จาก USGS)

พุธ 23 พ.ค. 2555

เหตุการณ์วันนี้

  • 22:02 แผ่นดินไหว 6.0 ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮอกไดโด
  • 21:00 พายุโซนร้อนซันหวู่ ทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเป็น 60 น็อต
  • 14:00 เกิดพายุสนามแม่เหล็กโลกที่ระดับ G1 เกิดพายุสุริยะ ความเร็วอนุภาค 701 กม/วินาที
  • 13:00 พายุโซนร้อนซันหวู่ ทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเป็น 50 น็อต
  • 08:25 ถลาง ภูเก็ต ฝนตกหนัก
  • 05:45 พายุโซนร้อนซันหวู่ ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 45 น็อต ทิศทางมุ่งประเทศญี่ปุ่น แนวโน้มทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น
  • 05:35 พายุดีเปรสชัน Alberto ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 30 น็อต ทิศทางมุ่งออกมหาสมุทรแอตแลนติค แนวโน้มอ่อนกำลังลงจนสลายตัว
  • 05:30 พายุโซนร้อน Bud ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 35 น็อต ทิศทางมุ่งหน้ากลับขึ้นฝั่งประเทศเม็กซิโก

อังคาร 28 ก.พ. 2555

เหตุการณ์วันนี้

  • มุกดาหาร – สภาพอากาศแล้งจัด สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ส่อวิกฤติหนักกว่าทุกปี เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงอย่างรวดเร็วมาก จนปัจจุบันระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 1.55 เมตร จากระดับน้ำปกติอยู่ที่ 13.35 เมตร
  • กาฬสินธุ์ -เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่ม บ้านโนนสมควร ตำบลนิคมห้วยผึ้ง ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 5 หมู่บ้าน 2 ตำบล เสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน
  • 14:23 JTWC พบการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือประเทศอมาดากัสการ์ มีแนวโน้มจะกลายเป็นพายุหมุนในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
  • 08:21 แผ่นดินไหว 2.8 ติดอำเภอแม่สาย ในเขตประเทศพม่า
  • 07:15 ทั่วโลกยังไม่พบการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนทุกชนิดในทุกมหาสมุทร
  • 07:00 กทม 28°C กระบี่ 24°C พะเยา 13°C ภูเก็ต 26°C ท่าวังผา 17°C มุกดาหาร 20°C สกล 20°C สงขลา 25°C ลำปาง 17°C อุบล 22°C เชียงราย 13°C เชียงใหม่ 17°C
  • การปะทะของลมสุริยะที่นำอนุภาคจากมวล CME ของดวงอาทิตย์มาถึงโลกเมื่อวานนี้ เกิดออโรราที่ประเทศฟินแลนด์ ภาพนี้ถ่ายโดย Andy Keen
  • เมื่อวานนี้ 27 ก.พ. 55 เขื่อนภูมิพล ระบายน้ำลดลง 0.24 เมตร รทก . คงเหลือปริมาณน้ำ 9,552.48 ล้าน ลบม หรือ 70.96%

จุดดับล่าสุดบนดวงอาทิตย์

ค่า K-Index ของสนามแม่เหล็กโลก ภาพดาวเทียมเฝ้าพายุจาก JTWC

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รายได้ออนไลน์
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: